เช้าวันต่อมา เย่เทียนเฉินถูกปลุกด้วยเสียงเคาะประตูอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เย่เทียนเฉินไม่ได้ถูกน้องสาวของตนปลุกให้ตื่น คนที่มาเคาะประตูก็คือฉีหรูเสวี่ย
“นี่ เจ้าคนไม่มีมารยาทตื่นมากินข้าวได้แล้ว คุณป้ากับน้องสาวรอนายอยู่นะ” ฉีหรูเสวี่ยเคาะประตูพลางตะโกนไปพลาง
“ไม่ว่าง…”
“แดดส่องก้นหมดแล้ว รีบตื่นเร็ว”
“ไม่กิน…”
“ตื่น ตื่น ตื่น…”
“หยุดเคาะได้แล้ว!”
นี่คือบทสนทนาของเย่เทียนเฉินและฉีหรูเสวี่ยในตอนเช้าตรู่ คนหนึ่งอยู่นอกห้อง อีกคนอยู่ในห้อง ความจริงแล้ว ฉีหรูเสวี่ยไม่อยากมาปลุกเย่เทียนเฉิน แต่ตอนนี้หลัวเยี่ยนเชื่อคำพูดของเธอทั้งหมด คิดว่าฉีหรูเสวี่ยหลงรักลูกชายของตนเอง จึงคิดอยากให้ทั้งสองสนิทสนมกัน ซึ่งสิ่งแรกก็คือการปลุกให้มากินข้าว ภรรยาทำอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วเรียกสามีลงมากิน นี่เป็นเรื่องที่อบอุ่นมาก เพียงแต่น่าเสียดายตรงที่เย่เทียนเฉินและฉีหรูเสวี่ยอยู่ ณ ตอนนี้มีแต่เรื่องน่าปวดหัว
“แม่ แม่ว่าพี่เขาเป็นอะไร พี่หรูเสวี่ยสวยออกขนาดนี้ เท่าที่หนูดูก็พอๆ กับหลิ่วหรูเหมยที่เป็นสาวงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวงเลย แต่พี่กลับไม่ชอบซะงั้น?” เย่เชี่ยนเหวินซึ่งกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร พอได้ยินบทสนทนาจากชั้นบน ก็ถามออกมาอย่างไม่เข้าใจ
“เบาๆ หน่อยสิลูก เมื่อคืนแม่ก็คิดมาทั้งคืนแล้ว ถ้าว่ากันตามเหตุผลพี่ชายของลูกไม่น่าจะไม่ชอบหรูเสวี่ย หรูเสวี่ยออกจะสวย ทั้งยังเกิดในตระกูลใหญ่ ต่อให้ตระกูลฉีจะถอนหมั