ปแล้ว
“ตอนนั้นฉันไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเหรอ? ถึงยังไงก็ใส่กางเกงตัวหนึ่งนะ โดนเธอเห็นแขนล่ำๆของฉัน ฉันเสียหายมากจริงๆ….” เย่เทียนเฉินสั่นศีรษะพูดด้วยท่าทางเจ็บปวดใจมาก
“คนบ้า ฉันยังไม่จบกับนายนะ” ฉีหรูเสวี่ยขบฟัน ใช้กำปั้นขาวนวลทุบใส่เย่เทียนเฉิน
“เอาล่ะ เธอบอกว่ากินข้าวเช้าเสร็จก็จะกลับบ้านไม่ใช่เหรอ? ยังจะอยู่ทำอะไรที่นี่อีก? รีบไปเถอะ ถ้ายังไม่ไปจะไม่ทันขึ้นรถสายสองนะ!”
“นายอยากให้ฉันไปใช่ไหม? ฉันไม่ไป ดูซินายจะทำยังไง เชอะ!”
“ทำไมถึงได้หน้าด้านนักนะ? ฉันกับเธอไม่ได้เป็นอะไรกัน ถอนหมั้นกันไปแล้ว แม้ว่าวันนี้ตอนเช้าเธอจะเห็นเรือนร่างอันแข็งแกร่งงดงามของพี่ชายสุดหล่อคนนี้ แต่ดีที่ฉันเป็นคนใจกว้าง ไม่เอาเรื่องเธอ เธอไปได้แล้ว” เย่เทียนเฉินกล่าวพลางมองฉีหรูเสวี่ยด้วยท่าทางจริงจัง
“นาย…คนอย่างนายควรจะถูกแจ้งความจับไปจริง ฉันจะแจ้งความตอนนี้เลย จะบอกว่านายทำตัวไร้ยางอาย…”
ในระหว่างที่ฉีหรูเสวี่ยพูด เธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจริงๆ ขณะที่กำลังจะต่อสายไปหาตำรวจ ใครจะทราบว่าเธอยังไม่ทันได้กดเบอร์ เสียงไซเรนก็ดังขึ้นตำรวจนอกประตูคฤหาสน์ตระกูลเย่ ไม่ถึงครึ่งนาทีก็มีเสียงเคาะประตูดังตึงๆๆ
เย่เทียนเฉินมองฉีหรูเสวี่ยอย่างหดหู่แล้วกล่าวว่า “เธอที่ไม่ใช่แค่หน้าด้าน แต่ยังปากเป็นลางอีกด้วย”
“นายสิหน้าด้าน นายสิปากเป็นลาง อย่างนายเรียกว่ากรรมตามสนอง…” ฉีหรูเสวี่ยเองก็รู้สึกตกใจ คิดว่าตนคงไม่น่าจะปาก