เย่เทียนเฉินรู้สึกหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ คิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าแม่กับน้องสาวจะประทับใจต่อคำโกหกที่ฉีหรูเสวี่ยแต่งขึ้นและทักษะการแสดงเว่อร์ๆ เร็วขนาดนี้ ทางฉีหรูเสวี่ยเผผยรอยยิ้มชั่วร้ายที่ดูน่ารักออกมาตรงมุมปาก แล้วหันไปแลบลิ้นใส่เย่เทียนเฉิน
“คนบ้า พวกเราไม่ได้ถอนหมั้นกันหนึ่งวัน ก็เท่ากับยังเป็นสามีภรรยาที่หมั้นหมายกันหนึ่งวัน นายมันได้ใหม่ลืมเก่า จิตใจโลเล ใจจืดใจดำ…” ฉีหรูเสวี่ยเดินลากกระเป๋าเดินทางตามหลังไปพลาง ตะโกนใส่เย่เทียนเฉินไปพลาง
เย่เทียนเฉินอึดอัดใจมาก ไม่คิดเลยว่าตนเองแค่กินบาร์บีคิวก็ยังเจอกับฉีหรูเสวี่ยได้ เมืองหลวงอันกว้างใหญ่ ที่คนสองมาพบเจอกันได้ ควรจะกล่าวว่าเป็นพรหมลิขิตหรือจะกล่าวว่าคู่แค้นทางแคบดี[1]?
คิดถึงตอนที่พบกับฉีหรูเสวี่ยเป็นครั้งแรก ทั้งสองก็ได้ยกเลิกการหมั้นหมายกัน แม้ว่าสุดท้ายเป็นเพราะฉีหรูเสวี่ยฉีกหนังสือสัญญาถอนหมั้น ทำให้ทั้งสองไม่ได้มีการถอนหมั้นอย่างเป็นรูปธรรม แต่ในสายตาของเย่เทียนเฉิน การหมั้นหมายนี้ได้ยกเลิกกันไปเรียบร้อยแล้ว เขาคิดว่ามันไม่คุ้มค่าที่จะเกาะติดกับตระกูลฉีโดยการไม่ถอนหมั้น ไม่ว่าจะเป็นชีวิตก่อนหรือชีวิตนี้ เย่เทียนเฉินก็ไม่ใช่คนที่มีจิตใจโลเล
“อย่างแรก ฉันกับเธอก็ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน ครั้งนี้เพิ่งจะนับว่าเป็นครั้งที่สอง อีกอย่างเธอเองก็รู้ดี การหมั้นหมายของพวกเราทั้งสอง ผู้อาวุโสของตระกูลฉีกับตระกูลเย่เป็นคนจัดการ พูดอี