กอย่างก็คือ ฉันไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับเธอแม้แต่น้อย และฉันก็เชื่อว่าเธอเองก็ไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับฉัน ดังนั้นมันไม่มีการได้ใหม่ลืมเก่าหรือจิตใจโลเลอะไรทั้งนั้นอยู่แล้ว บ๊ายบาย!”
พอเย่เทียนเฉินพูดจบ ก็วิ่งตรงไปยังถนนฝั่งตรงข้าม การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของฉีหรูเสวี่ย และการมาตามตื๊อเขา ทำให้เย่เทียนเฉินรู้สึกสงสัย อีกทั้งสิ่งที่ตระกูลฉีทำกับตระกูลเย่ ทำให้ความรู้สึกที่เย่เทียนเฉินมีต่อฉีหรูเสวี่ยไม่ดีเท่าไหร่นัก จึงเตรียมตัวที่จะหนีอย่างรวดเร็ว
เมื่อฉีหรูเสวี่เห็นว่าเย่เทียนเฉินข้ามไฟจราจรไปถึงถนนอีกฝั่งหนึ่ง ก็รีบลากกระเป๋าเดินทางวิ่งเหยาะๆ ตามไป ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว ฉีหรูเสวี่ยที่ใช้ชีวิตในต่างประเทศตั้งแต่เด็ก ไม่ค่อยมีเพื่อนในจีนมากนัก ดังนั้นเธอไม่ยอมปล่อยให้เย่เทียนเฉินหนีไปเด็ดขาด
ความจริงแล้ว หลังจากที่ฉีหรูเสวี่ยลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลฉี ในใจก็รู้สึกเป็นกังวล ตนเองจะไปไหนดี? จะไปนอนโรงแรมก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ปลอดภัยขนาดนั้น หากจะกลับคฤหาสน์ ตอนนี้ฉีชางเซิ่งพ่อของตนก็ตัดสินใจแน่วแน่ไปแล้วว่าจะต้องให้ตนแต่งเข้าตระกูลฉิน การหนีออกจากบ้านเป็นวิธีการเดียวที่ฉีหรูเสวี่ยจะต่อสู้ดิ้นรนเพื่ออิสรภาพและความสุขของตนเองได้
ใครจะทราบว่า ในขณะที่ฉีหรูเสวี่ยไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีนั่นเอง ก็พลันเห็นเย่เทียนเฉินที่แผงขายบาร์บีคิวข้างทาง เรื่องนี้ทำให้เธอรู้สึกดีใจมาก