งไม่ถึงหนึ่งเมตรเท่านั้น ยังไงก็ต้องตายอย่างแน่นอน
เย่เทียนเฉินขมวดคิ้ว พลังพิเศษระดับราชันย์กระจายไปทั่วร่าง แล้วหายวับไปจนมองไม่เห็น เหลือทิ้งไว้เพียงเงาร่างเงาหนึ่ง
เสียงตูมดังขึ้น กระเป๋าเดินทางของฉีหรูเสวี่ยถูกชนจนปลิวออกไป รกบรรทุกคันนั้นเบรกอย่างกะทันหัน ถูเป็นรอยเบรครถไว้บนพื้นยาวถึงสามเมตรกว่าๆ ถึงค่อยหยุดลง คนขับรถกลัวจนฉี่แทบราด เมื่อเห็นกระเป๋าที่ถูกชนจนปลิว และเสื้อผ้าที่อยู่ในกระเป๋าทั้งหมดล้วนกระจายออกมากลางอากาศ ใบหน้าก็ขาวซีดมากขึ้น
รอจนกระทั่งตอนที่คนชราที่ขับรถบรรทุกลงมาจากรถด้วยอาการสั่นไปทั้งตัว ต้องการจะดูว่า สถานการณ์เป็นอย่างไรนั่นเอง ถึงค่อยพบว่าเย่เทียนเฉินอุ้มฉีหรูเสวี่ยพุ่งล้มไปบนถนน
“เธอไม่เป็นไรใช่ไหม ตายหรือยัง?” เย่เทียนเฉินลุกขึ้นยืนพลางถาม
“นายสิตาย เจ้าคนใจดำ” ฉีหรูเสวี่ยหันมากล่าวกับเย่เทียนเฉินพลางยู่ปากอันเซ็กซี่ของเธออย่างดุร้าย
“ถ้าฉันใจดำ คงไม่ช่วยเธอหรอก ขี้เกียจสนใจเธอแล้ว ลาก่อน!”
เย่เทียนเฉินปัดฝุ่นบนตัว กรอกตามองบนใส่ฉีหรูเสวี่ยครั้งหนึ่งก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป เมื่อสักครู่นี้หากไม่ใช่ว่าตนเองกระตุ้นพลังภายในร่างกายทั้งหมด เพื่อยกระดับความเร็วขึ้นหลายเท่า และเคลื่อนไหวเข้าไปในชั่วพริบตาล่ะก็ เกรงว่าฉีหรูเสวี่ยคงจะไม่มีชีวิตอยู่แล้ว
ช่วยคนหนึ่งชีวิตยิ่งกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น แม้ว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรกับฉีหรูเสวี่ยมากมาย แต่ก็มองดูเธ