“หรูเสวี่ย เธอทำอะไรน่ะ? จะหนีออกจากบ้านเหรอ?” พอฉีย่ากวงเห็นน้องสาวของตนกำลังลากกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งไปยังเบื้องนอกของคฤหาสน์ ก็รีบขวางไว้แล้วกล่าวถาม
“พี่ หนูจะไม่ยอมแน่ นี่เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวกับความสุขชั่วชีวิตของหนู หนูเสียสละตัวเองเพื่อตระกูลไม่ได้หรอก” ฉีหรูเสวี่ยกล่าวโดยที่ใบหน้างามบึ้งตึง
“หรูเสวี่ย พ่อเองก็ไม่มีทางเลือก แม้ว่าตอนนี้ตระกูลฉีของพวกเราจะมีพ่อเป็นหัวหน้าตระกูล แต่ว่าก็ต้องคิดถึงความคิดเห็นของคุณลุงคุณอาด้วย การแต่งงานของตระกูลฉีกับตระกูลฉินจะทำให้อำนาจของตระกูลยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ดังนั้น…”
“ดังนั้นพวกพี่ก็เลยเลือกสละความสุขชั่วชีวิตของหนูใช่ไหม? เอาความสุขชั่วชีวิตของหนูไปเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนทางการเมือง?” ฉีหรูเสวี่ยถามโดยที่ในดวงตาซ่อนน้ำตา
“หรูเสวี่ย นี่…”
ฉีย่ากวงรู้ดีว่าฉีหรูเสวี่ยผู้เป็นน้องได้รับความอยุติธรรมเป็นอย่างมาก ต่อให้เป็นเขาหากจู่ๆ ต้องแต่งงานกับคนแปลกหน้า ก็คงจะรับไม่ได้เช่นกัน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงน้องสาวที่มีนิสัยดื้อรั้นและได้รับการศึกษาระดับสูงจากต่างประเทศเลยว่าจะเป็นอย่างไร?
แต่ว่า การแต่งงานระหว่างตระกูลในประวัติศาสตร์ของเมืองหลวงก็เป็นเช่นนี้ ไม่สนใจว่าเจ้าตัวจะชอบหรือไม่ อย่างไรเสียในอาณาบริเวณที่มีขั้วอำนาจอิทธิพลมากมายอย่างเมืองหลวง ถ้าหากว่าไม่คิดถึงการยกระดับบารมีและอำนาจอยู่ตลอดเวลา ก็เป็นไปได้มากว่าจากตระกูลชั้นหนึ่งจะตกต่ำเป็นตร