ดูถูกตระกูลลั่วของฉันขนาดนี้!” ลั่วซงเฉิงด่าออกมาด้วยน้ำเสียงอันดัง
“พ่อ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับ?” ลั่วฉีก็รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยเห็นพ่อของตนโกรธขนาดนี้มาก่อน
ลั่วซงเฉิงมองลูกชายทั้งสอง สุดท้ายจึงถอนหายใจออกมาแล้วกล่าวว่า “วันนี้ฉันโทรไปหาชางหลาง บอกว่าอยากจะดูข้อมูลของเย่เทียนเฉิน ไม่คิดว่าชางหลางจะไล่ให้ฉันไปดำเนินเรื่องตามปกติ ไอ้หมอนี่มันไม่ไว้หน้าฉันเลยสักนิด สุดท้ายฉันก็ยื่นเรื่องขึ้นไปที่สำนักความมั่นคงแห่งชาติ แต่พวกเขาดันบอกฉันว่าข้อมูลของเย่เทียนเฉินถูกเหยียนหลงแห่งกองกำลังเหยี่ยวนักล่าเอาไปแล้ว นี่ไม่ใช่ว่าไม่เห็นฉันลั่วซงเฉิงอยู่ในสายตาหรอกเหรอไง?”
เมื่อได้ยินเสียงด่าของลั่วซงเฉิง ลั่วกวงฮุยกับลั่วฉีก็พลันกระจ่างแจ้ง ปกติพ่อเป็นคนมีอำนาจและถือหางพวกตัวเอง แม้ว่าตระกูลลั่วจะไม่ได้เป็นตระกูลชั้นหนึ่งในเมืองหลวง แต่ก็ไม่เคยถูกใครดูหมิ่นมาก่อน อีกทั้งครั้งนี้พ่อของตนที่มีตำแหน่งเป็นถึงผู้บัญชาการทหาร แค่คิดอยากจะตรวจสอบข้อมูลของทหารหน่วยรบพิเศษธรรมดาๆ คนหนึ่งก็ยังยากเย็นขนาดนี้ ทำให้จิตใจที่หยิ่งทะนงในตนเองของลั่วซงเฉิงรับไม่ได้ ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ ต่อให้เย่เทียนเฉินมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลเย่ แต่ตระกูลเย่ก็ตกต่ำลงตั้งนานแล้ว ไม่มีทางเทียบเคียงกับตระกูลลั่วได้ แค่อยากดูข้อมูลมันยากเย็นแสนเข็ญขนาดนั้นเชียวหรือ?
“แม่งเอ้ย ชางหลางกับเหยียนหลงมันกล้า