ไม่ไว้หน้าตระกูลลั่วของพวกเรา สักวันจะต้องฆ่าไอ้เดรัจฉานสองคนนั่นให้ได้” ลั่วกวงฮุยพูดเสียงดังอย่างไม่มีเหตุผล
เพียะ!
เมื่อลั่วซงเฉิงได้ยินคำพูดไร้สมองของลั่วกวงฮุย ก็ตบใส่หน้าฉาดหนึ่ง ลั่วกวงฮุยทั้งรู้สึกมึนงง ทั้งรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม เหตุใดทุกครั้งคนที่ถูกตบจึงต้องเป็นเขาด้วย?
“เจ้าโง่ ฉันคิดว่าไอ้เจ้าเย่เทียนเฉินมันเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในเมืองหลวงแล้ว แกสิถึงจะเป็นไอ้คนไม่เอาไหนกับเศษสวะที่สุด!” ลั่วซงเฉิงด่าอย่างดุร้าย
“พ่อ ผมทำเพื่อตระกูลนะครับ…” ลั่วกวงฮุยที่ยังคงรู้สึกว่าไม่ยุติธรรม กล่าวอธิบาย
“แกบอกว่าทำเพื่อตระกูลงั้นเหรอ? ฉันว่าแกอยากจะทำให้ตระกูลตกต่ำจนไม่เหลืออะไรเลยซะมากกว่า ชางหลางเป็นใคร เป็นถึงคนของคณะกรรมาธิการทหาร เหยียนหลงก็เป็นผู้บัญชาการของกองกำลังเหยี่ยวนักล่า แกรู้ถึงความร้ายกาจของกองกำลังเหยี่ยวนักล่ารึเปล่า? เป็นกองกำลังขึ้นตรงต่อผู้บัญชาการทหารสูงสุดโดยตรง แกบอกว่าอยากจะฆ่าชางหลางกับเหยียนหลง ไม่ต้องพูดถึงลงมือหรอก แค่ถูกคนรู้เข้า พวกเราตระกูลลั่วจะต้องมีปัญหาแน่” ลั่วซงเฉิงด่าโครมๆ ใส่หน้าของลั่วกวงฮุยผู้เป็นลูกชายคนโต
สมควรแล้วที่ลั่วกวงฮุยคนนี้จะถูกด่า ช่างโง่งมจริงๆ ที่ลั่วซงเฉิงพูดคำเหล่านั้นออกมา ก็เพราะต้องการระบายเท่านั้น และอยากจะให้ลูกชายทั้งสองคิดหาวิธีดูว่ามีทางใดที่จะใช้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับเย่เทียนเฉินในช่วงที่อยู่ในกองทัพได้บ้าง ไม่ได