แดงก่ำ อย่างไรเสียหุ้นหกเปอร์เซ็นต์ของเครือไห่หวัง ในหนึ่งปีก็แบ่งออกมาก็เกือบร้อยล้าน ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ไม่มีใครกล้าละทิ้งไปง่ายๆ
ฉีย่ากวงเองก็โมโหจนกัดฟันกรอด ถลึงมองเหอฉี่ซานอย่างดุร้าย ในใจก็ด่าเจ้าขยะไร้ประโยชน์นี่ ไม่เพียงแต่ไม่สามารถบีบบังคับเย่เทียนเฉินได้ แถมยังทำให้ตัวเองต้องหน้าเสียอีก ทำให้ผู้ถือหุ้นอีกสามคนไม่กล้าพูดอะไรอีก
“ยังมีใครจะพูดอีกไหม? ไม่มีแล้วสินะ งั้นผมขอพูดอะไรสักหน่อย….”
เย่เทียนเฉินกล่าวพลางยืนขึ้น มองผู้ถือหุ้นห้ารายในห้อง จากนั้นจึงพูดต่อ “พูดตามจริง ผมไม่ค่อยเข้าในเรื่องการพัฒนาเครือข่ายเท่าไรนัก แต่ผมเชื่อว่าหากมีทุกคนคอยช่วยเหลือ เครือไห่หวังจะต้องรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนพยายามด้วยกัน ได้เงินด้วยกัน มีอะไรไม่ดี? ถ้าหากว่ามีใครคิดจะเล่นแง่ ขัดแข้งขัดขาเย่เทียนเฉินคนนี้ ผมก็ทำได้แค่ให้เขาออกไป”
“เมื่อสักครู่นี้ประธานเย่ให้พี่เหอรับซื้อหุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของคุณ พี่เหอไม่ได้สนใจ แต่ตระกูลฉีของผมสนใจซื้อหุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์กลับมา” ฉีย่ากวงลุกขึ้นพร้อมกับยิ่งชั่วร้าย จ้องมองเย่เทียนเฉินพลางกล่าวออกมา
“ไสหัวไป!” เย่เทียนเฉินพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ
คนถ่อยอย่างฉีย่ากวง เย่เทียนเฉินพูดเพียงแค่คำเดียวก็ทำให้ฉีย่ากวงโกรธจนเกือบจะลุกพรวดขึ้นมาแล้ว แต่ไหนแต่ไหนไม่เคยมีใครกล้ามาพูดคำนี้กับเขามาก่อน
………………………………………………