ล่ะ!” ตอนนี้ ชายวัยกลางคนคนหนึ่งอายุราวสี่สิบกว่าปีลุกขึ้นมาพูด
ชายวัยกลางคนคนนี้เป็นคนที่ฉีย่ากวงมอบหมายให้สร้างความลำบากใจให้แก่เย่เทียนเฉินโดยเฉพาะ เพื่อทำให้เขานั่งไม่ติด
“เหอฉี่ซาน คุณไม่อยากประชุมก็สามารถออกไปได้ ส่วนหุ้นหกเปอร์เซ็นต์ของคุณ ผมจะหาคนมาซื้อเอง จากนี้ไปก็ไม่ต้องมาแล้ว” เย่เทียนเฉินดื่มชาไปอึกหนึ่ง แล้วกล่าวออกมาอย่างไม่แยแส
“แก….แกอาศัยสิทธิ์อะไรมาซื้อหุ้นหกเปอร์เซ็นต์ของฉัน แกไม่มีสิทธิ์…. เหอฉี่ซานอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง ” คิดไม่ถึงว่าเย่เทียนเฉินจะเด็ดขาดเช่นนี้ต้องการไล่ตนออกจากเครือหวังไห่ คนอื่นๆ ต่างตกใจจนทำอะไรไม่ถูก
“ผมเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผมมีเงินส่วนนี้ ในเมื่อคุณไม่พอใจผมที่เป็นประธานกรรมการ ผมก็ได้แต่ซื้อหุ้นของคุณ แล้วไล่คุณออกจากเครือไห่หวัง ตอนนี้คุณออกไปได้แล้ว หรือหากไม่โอเคล่ะก็ คุณควักเงินออกมาซื้อหุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของผม ผมจะยกตำแหน่งประธานกรรมการให้คุณ เป็นไง?” เย่เทียนเฉินกล่าวด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
“แก….”
เหอฉี่ซานโกรธเสียจนเดี๋ยวหน้าแดงเดี๋ยวหน้าขาว เดิมทีคิดว่าหากตนเองทำเช่นนี้จะสามารถทำให้เย่เทียนเฉินกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และรับรู้ถึงความร้ายกาจของสถานที่นี้ ที่ไหนได้แค่เย่เทียนเฉินพูดขึ้น ก็ทำให้ตนเองไม่รู้จะทำอย่างไร ดูท่าแล้วตัวตลกแห่งเมืองหลวงจะไม่ง่ายเหมือนที่ทุกคนคิดเสียแล้ว
สุดท้ายเหอฉี่ซานก็ฝืนใจนั่งลงตรงตำแหน่งของตัวเองด้วยใบหน้า