งที่จะทำกับเย่เทียนเฉิน ส่วนฉีเย่กวงก็ดีใจเป็นที่สุด กล่าวด้วยรอยยิ้มดุร้ายในใจว่า ‘เย่เทียนเฉิน แกมันก็แค่เศษสวะคนหนึ่ง พ่อให้ฉันระวังแกไว้ ฉันจะดูสิว่าครั้งนี้แกจะทำยังไง ยังไม่ส่งหุ้นคืนมาให้ฉันดีๆ อีก’
เย่เทียนเฉินผลักประตูห้องประชุมเปิดดังแอ๊ด เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า หลายคนมองเย่เทียนเฉินอย่างไม่พอใจ ตรงจุดนี้เย่เทียนเฉินไม่แปลกใจ เนื่องจากเขาได้ยินคำยุยงที่ฉีย่ากวงพูดกับคนพวกนี้จากข้างนอกแล้ว
“โอว ประธาน เย่มาแล้วนี่เอง ประธานเย่รีบมานั่งเร็ว คุณทำให้ผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ รอนานแล้ว!” ฉีย่ากวงจงใจกล่าวเสียงดังด้วยรอยยิ้ม
“เฮอะ ก็แค่เด็กไม่เอาไหน ตอนที่ฉันสู้รบอยู่ในโลกธุรกิจ แกยังไม่เกิดด้วยซ้ำ”
“ประชุมวันแรกก็อวดเบ่งมาสาย ไม่ดูฐานะตัวเองบ้างเลย”
“ตระกูลเย่ตกต่ำไปนานแล้ว แน่นอนว่าต้องหาโอกาสแบล็คเมล์ตระกูลฉี น่าสงสารจัง”
เย่เทียนเฉินแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของคนพวกนี้ เขารู้ว่าคนเหล่านี้ได้รับการปลุกระดมมาจากฉีย่ากวง ขอเพียงจัดการเจ้าหมอนั่นอย่างยุติธรรมได้ คนอื่นๆ ก็ก่อเรื่องอะไรไม่ได้อีก แม้ว่าเขาจะไม่อยากเป็นประธานกรรมการเครือไห่หวัง แต่ก็ไม่ยอมให้ตระกูลฉีมากลั่นแกล้งตามใจ
“ทุกคนนั่งลงเถอะ ตอนนี้เริ่มประชุมได้แล้ว” เย่เทียนเฉินนั่งลงที่ตำแหน่งของประธานกรรมการ มองทุกคนที่นั่งอยู่พลางกล่าวออกมายิ้มๆ
“ไม่ประชุมแล้ว วันนี้ฉันไม่มีอารมณ์ พวกคุณค่อยๆ เล่นสนุกกันไปเถอะ ผมไป