เย่เทียนเฉินกระตุ้นพลังพิเศษภายในร่างกายจนถึงตีสี่กว่าถึงจะค่อยๆ หลับไป เหนื่อยจนเหงื่อชุ่มศีรษะ พบว่าร่างกายนี้บรรจุพลังได้น้อยมากอย่างที่คิดเอาไว้ รวมกับแก่นพลังในสมองที่ไม่มีปฏิกิริยาอะไร จะฝืนให้พลังอันเบาบางที่อยู่ภายในร่างกายของตนเองไปกระแทกก็ทำไม่ได้ มีเพียงการต่อสู้เป็นตายเท่านั้นถึงจะสามารถทำให้ตนเองแข็งแกร่ง ก้าวทีละก้าวไปยังโลกของผู้มีพลังพิเศษระดับพระเจ้าได้ ซึ่งเรื่องนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป
เสียงเคาะประตูตึงๆๆ ดังขึ้น เย่เทียนเฉินหนวกหูจนทนไม่ไหว เมื่อคืนนี้ทำอะไรมากมาย ทั้งยังบ่มเพาะพลังจนถึงตีสี่ หลับไปอย่างยากลำบาก ยังไม่ทันได้หลับสนิทก็ได้ยินเสียงเคาะประตู รู้สึกหดหู่อยู่บ้าง
“พี่ พี่ ตื่นได้แล้ว ตื่นได้แล้ว!” เย่เชี่ยนเหวินใช้แรงเคาะประตูไปพลาง ตะโกนไปพลาง
“หรูเสวี่ย จะให้พี่นอนตื่นสายหน่อยไม่ได้เหรอ? ไม่ต้องเรียกพี่ไปกินข้าวแล้ว พี่จะนอนจนกว่าจะตื่นเอง” เย่เทียนเฉินกล่าวพลางหาวหวอดๆ
“นี่ พี่ พี่ไม่รักษาคำพูดเลย ไหนบอกว่าวันนี้จะส่งหนูไปเรียน จะกลับคำเหรอ?” เย่เชี่ยนเหวินยืนทำปากจู๋อย่างน่ารักอยู่ตรงประตู อยากจะกัดพี่ชายของตัวเองสักหลายครั้ง
“อะไร? พี่จะไปส่งเธอเรียนงั้นเหรอ? ไม่ใช่มั้ง เหมือนพี่จะไม่เคยตกลงกับเธอเรื่องนี้นะ?”
“หึ ไม่รักษาคำพูดจะต้องกลายเป็นลูกหมาน้อย คนไม่รักษาคำพูด หนูจะไปฟ้องแม่”
พอได้ยินเย่เชี่ยนเหวินผู้เป็นน้องสาวพูดอย่างโมโห แล้ววิ่งตึงตังลงไ