ามเป็นไปได้ที่เย่เทียนเฉินลูกชายของตนจะเป็นคนทำมีน้อยมาก แต่ตอนนี้เย่เทียนเฉินกลับตอบเช่นนี้ ก็ชัดเจนแล้วว่าเป็นการยอมรับนัยๆ ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องที่ว่าลูกของตนมีความสามารถเช่นนั้นหรือเปล่า แค่มีความใจกล้าเช่นนี้ก็ทำให้ผู้คนต้องตกใจแล้ว ลำดับวงศ์ตระกูลของตระกูลเย่ตกต่ำลง เทียบกับตระกูลลั่วไม่ได้นานแล้ว ครั้งนี้ไปผิดใจกับตระกูลลั่ว ควรจะจัดการอย่างไรดี?
“ลูก ตระกูลลั่วมีอิทธิพลไม่น้อย พวกเรา….”
“พ่อ ผมจัดการได้ครับ ไม่ต้องกังวล เชื่อผมเถอะ!” เย่เทียนเฉินพูดอย่างจริงจังขัดคำพูดของเย่หงผู้เป็นพ่อ
ที่เย่เทียนเฉินพูดขัดคำพูดของเย่หง ก็เพราะเขาเข้าใจดีว่าพ่อของเขาไม่ได้กังวลเรื่องความปลอดภัยของตนเอง แต่ไม่อยากสร้างความลำบากให้ตระกูลเย่ เย่หงเป็นลูกกตัญญู คิดถึงคนในครอบครัวใหญ่อยู่เสมอ
เย่หงชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมา ไม่ว่าจะอย่างไร ลูกชายนั้นเติบโตขึ้นจริงๆ คู่ควรให้ตัวเขารู้สึกยินดี จากนั้นจึงหยิบหนังสือสัญญาฉบับหนึ่งออกมาส่งให้เย่เทียนเฉิน กล่าวว่า “นี่คือสัญญาที่ตระกูลฉีส่งมา พ่อเขียนชื่อของลูกลงไป หลังจากนี้ลูกเป็นประธานคของเครือไห่หวัง หุ้นอีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือถูกแบ่งไปอยู่ในมือคนอื่น จะทำอย่างไรก็เป็นเรื่องของลูกแล้ว”
เย่เทียนเฉินรับหนังสือสัญญามา ในสัญญาเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า ตระกูลฉีจะยกหุ้นของเครือไห่หวังห้าสิบเปอร์เซ็นต์ต์ให้แก่เย่เทียนเฉิน ส่วนหุ้นอื่นๆ