อยู่ในมือของคนอื่น
เครือไห่หวังสามารถนับได้ว่าเป็นเครือบริษัทที่ใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ในประเทศจีน มีอิทธิพลทางด้านเศรษฐกิจสูง ตระกูลฉีครอบครองหุ้นของเครือไห่หวังอยู่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ต์ เป็นเพราะในตอนนั้นตระกูลฉีได้คิดหาวิธีซื้อมา ตอนนี้โอนหุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ให้แก่เย่เทียนเฉิน เย่เทียนเฉินย่อมกลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด ฐานะเพิ่มขึ้นหลายพันล้าน นับได้ว่าเป็นเถ้าแก่ใหญ่คนหนึ่ง
“ประสิทธิภาพการทำงานของตระกูลฉีถือว่าดีทีเดียว แล้วตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการของพ่อจะได้เมื่อไรครับ?” เย่เทียนเฉินกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
“ยังต้องรออีกประมาณครึ่งปี จริงสิ คนจากตระกูลฉีบอกว่าพรุ่งนี้เที่ยงให้ลูกเข้าไปเซ็นสัญญาถอนหมั้นที่เครือไห่หวังสัก เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตกเป็นขี้ปากชาวบ้านในภายหลัง”
“ไม่มีปัญหา พ่อไปพักผ่อนเถอะครับ ผมอาบน้ำสักหน่อยก็จะนอนแล้วเหมือนกัน”
หลังจากเห็นเย่หงผู้เป็นพ่อเดินขึ้นไปชั้นสองของบ้าน เข้าไปนอนในห้องแล้ว เย่เทียนเฉินยังคงนั่งขมวดคิ้วอยู่บนโซฟาที่ห้องโถง แม้ภายนอกจะเห็นว่าตระกูลเย่สงบสุข แต่จริงๆ แล้วกลับมีอันตรายซ่อนอยู่รอบด้าน ผู้มีอำนาจมากมายต้องการกำจัดตระกูลเย่ ที่ไกลตัวยังไม่ต้องพูดถึง เอาแค่ตระกูลฉินและตระกูลลั่วในตอนนี้ก่อน ตระกูลใหญ่ทั้งสองตระกูลนี้คงไม่ยอมรามือจากตระกูลเย่แน่นอน ยังมีวิกฤตอีกมากมายที่ต้องรับมือ
แต่ว่าเย่เทียนเฉินไม่คิดที่จะให้พ่อแม่เข้ามาเกี่ยวข้