่นดินมาบรรยายได้ กระทั่งในช่วงสิ้นโลกก็ยังหาเจอแค่ไม่กี่คน เย่เทียนเฉินเองก็เพียงแค่เคยได้ยินมาเท่านั้น ไม่เคยพบก่อน
เย่เทียนเฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง สองตาปิดสนิท ค่อยๆ โคจรแก่นพลังในสมอง รับรู้ถึงพลังภายในเส้นชีพจรทุกส่วนในร่างกาย แล้วรวบรวมทีละเล็กทีละน้อย แต่พลังช่างเบาบางเหลือเกิน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของแก่นพลังในสมองมีน้อยเกินไป มีเพียงแค่ตอนที่ต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งเท่านั้นถึงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
“ดูท่าจะต้องฝึกฝนกับคู่ต้อสู้ที่แข็งแกร่งสักหน่อย ไม่งั้นพลังพิเศษคงไม่แข็งแกร่งขึ้น” เย่เทียนเฉินลืมตาพลางกล่าวพึมพำกับตนเอง
ตอนนี้เอง ในที่ดินส่วนตัวขนาดใหญ่ที่ตระกูลฉีซึ่งเป็นตระกูลชั้นสองในเมืองหลวงอาศัยอยู่ มีคฤหาสน์อยู่หนึ่งหลัง ข้างในมีไฟสว่างไสว ฉีชางเซิ่งผู้ที่กุมหางเสือของตระกูลฉีกำลังพูดคุยกับฉีย่ากวงลูกชายคนโตอยู่ในตอนนี้ ฉีย่ากวงเป็นพี่ชายของฉีหรูเสวี่ย และเป็นหลานชายคนโตเพียงคนเดียวของตระกูลฉี หลังจากที่ได้รู้ว่าผู้เป็นพ่อแบ่งหุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ต์ของเครือไห่หวังให้แก่เย่เทียนเฉิน ก็โกรธจนทนไม่ไหว
“พ่อ ทำไมต้องแบ่งหุ้นครึ่งหนึ่งของเครือไห่หวังให้ตระกูลเย่ด้วย แค่ทำให้พ่อของเย่เทียนเฉินได้เป็นเลขาธิการคณะกรรมการเมือง H ก็นับว่าเป็นการชดเชยที่ไม่เลวแล้ว จำเป็นด้วยเหรอ?” ฉีย่ากวงกล่าวถามด้วยความโมโห
“กวงเอ๋อร์ นี่เป็นท่าทางที่แกใช้พูดกับพ่อเหรอ?”
“พ่อ…..”
“