ามารถ ถูกคนทำร้ายจนไม่มีแรงตอบโต้ล่ะก็ เหยียนหลงซึ่งมีฐานะเป็นหนึ่งในสามราชันนักรบจะเสียหน้าเป็นอย่างมาก
“ผู้บัญชาการเหยียน ผมได้ยินมาว่าลั่วซงเฉิงแห่งตระกูลลั่วเก็บเรื่องนี้ไว้ สั่งไม่ให้คนตระกูลลั่วทำอะไรบุ่มบ่าม” เฟยอวิ๋นมองเหยียนหลงแล้วกล่าวออกมา
“หือ? ลั่วซงเฉิงมีอำนาจมากมายมาแต่ไหนแต่ไร ถือหางพวกตัวเองเป็นอย่างมาก ครั้งนี้หลานชายสองคนถูกทำร้ายจนมีสภาพครึ่งเป็นครึ่งตาย แต่กลับอดทนกับเรื่องนี้ แปลกมาก!” เหยียนหลงอดไม่ได้ที่จะชะงักไปก่อนจะกล่าวออกมา
“ใช่ครับ เย่เทียนเฉินที่เป็นเรื่องขบขันของเมืองหลวง อยู่ๆ ก็กลายเป็นคนที่ทำให้ผู้คนต้องประหลาดใจ” เจียงเหมิงกล่าวออกมาพลางขมวดคิ้ว
เหยียนหลงคิดชั่วครู่ เขามาสอบถามเรื่องนี้ก็เพราะต้องการกู้หน้าให้กองกำลังเหยี่ยวนักล่าของตน ตั้งแต่ที่กองกำลังเหยี่ยวนักล่าถูกก่อตั้งขึ้นจนกระทั่งตนเองเป็นผู้บัญชาการ ล้วนไม่เคยเกิดเรื่องราวเช่นนี้มาก่อน ตอนนี้พอเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น เขาก็ไม่ได้ทำเพื่อสิ่งอื่นใดนอกจากเพื่อกู้หน้าให้กับกองกำลังเหยี่ยวนักล่า
“ใช่แล้ว เรื่องนี้ชางหลางก็สอดมือเข้ามาด้วยเหรอ?” เหยียนหลงถาม
“ใช่ครับ นายพลชางหลางจัดข้อมูลของเย่เทียนเฉินเป็นความลับระดับหนึ่ง แล้วให้คนส่งไปเก็บรักษาไว้ที่สำนักความมั่นคงแห่งชาติด้วยตัวเอง” เฟยอวิ๋นกล่าว
“เฮอะ เจ้าหมอนี่ก็สอดมือเข้ามายุ่งด้วยเหรอเนี่ย ดูท่าแล้วเย่เทียนเฉินคงจะไม่เรียบง่ายเหมือนภายนอก