ซะแล้ว คงจะไม่ใช่ลูกหลานเสเพลในสายทุกคนแน่ๆ บางทีเขาอาจจะปิดบังตัวเองเป็นอย่างดี หาคนไปตรวจสอบเขาซะ” เหยียนหลงถอนหายใจก่อนกล่าวออกมา
“ครับผม!” เจียงเหมิงกับเฟยอวิ๋นตอบพลางยืดตัวตรง
“ออกไปเถอะ สรุปแล้วพวกเรากองกำลังเหยี่ยวนักล่าจะเสียหน้าไม่ได้ หากได้โอกาสก็สั่งสอนเจ้าเย่เทียนเฉินคนนี้สักหน่อย อย่าให้คนอื่นมาดูถูกคนกองกำลังเหยี่ยวนักล่าของพวกเรา”
เมื่อเห็นว่าเจียงเหมิงกับเฟยอวิ๋นออกไปจากห้องแล้ว เหยียนหลงก็ไตร่ตรองชั่วครู่ ยกหูโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมา ต่อสายไปยังเบอร์โทรศัพท์เบอร์หนึ่ง เสียงดังประมาณสามครั้งอีกฝ่ายก็รับสาย
“ฮัลโหล นั่นใคร?”
“ชางหลาง นี่ฉันเองเหยียนหลง” เหยียนหลงกล่าวเสียงเรียบ
“นายนี่เอง มีธุระอะไรเหรอ?” ชางหลางได้ยินว่าเป็นเหยียนหลงก็กล่าวถามอย่างเรียบๆ
“ไม่มีอะไร แต่อยากรู้อะไรบางอย่าง เกี่ยวกับสถานการณ์ของทหารหน่วยรบพิเศษคนหนึ่งที่ออกจากกองทัพไปแล้วของลูกน้องนาย”
“ใคร?”
“เย่เทียนเฉิน”
“โทษที ข้อมูลของเย่เทียนเฉินกลายเป็นความลับระดับหนึ่งของประเทศไปแล้ว ถ้านายอยากรู้ สามารถยื่นเรื่องดำเนินการตามปกติได้ ฉันยังมีเรื่องต้องไปทำ วางสายก่อนล่ะ!”
เหยียนหลงยังไม่ทันได้พูด ก็ถูกชางหลางวางสายใส่ เหยียนหลงโกรธจนขมวดคิ้ว เขากับชางหลางไม่นับว่าคุ้นเคยกัน และก็ไม่นับว่าเป็นคนแปลกหน้า ต่างได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามราชันนักรบแห่งประเทศจีน พวกเขาต่างก็เป็นคนทรหดที่เลือดร้อน ควา