ย่เทียนเฉินทำร้ายจนไม่มีแรงสวนกลับ เรื่องนี้เองก็แปลกเช่นกัน
ตอนนี้ลั่วซงเฉิงเริ่มสงสัยการกระทำในช่วงหลายปีมานี้ของเย่เทียนเฉินแล้ว ตกลงชายคนนี้หลอกคนทั้งเมืองหลวง หรือจะบอกว่าเขาเตรียมตัวเปิดเผยความสามารถที่ปกปิดมาหลายปีแล้ว ? ต้องไตร่ตรองให้ดี
“พ่อ ผม….” ลั่วกวงฮุยถูกเตะจนมึนงง ลั่วซงเฉิงที่เข้าข้างมาโดยตลอด อยู่ดีๆ กลับมาทำร้ายเขา นี่มันไม่สอดคล้องกับสามัญสำนึกเลยสักนิด
“แกคิดว่าตระกูลเย่จัดการง่ายขนาดนั้นเหรอ? ไอ้แก่ตายยากเย่หย่วนซานของตระกูลเย่ แม้จะลงจากตำแหน่งแล้ว แต่อูฐที่ผอมตายก็ยังตัวโตกว่าม้า [1]หากวู่วาม ตระกูลลั่วของพวกเราอาจจะเกิดวิกฤต อีกทั้งตอนนี้ก็ยังอ่านเจ้าเย่เทียนเฉินไม่ออก หากทำอะไรบุ่มบ่าม ก็คงเป็นเพียงฝ่ายถูกกระทำ” ลั่วซงเฉิงพูดอย่างไม่พอใจนัก
“งั้นตอนนี้พวกเราทำไงกันดี?” ลั่วฉีถาม
“เรื่องนี้ให้แกไปจัดการแล้วกัน อีกไม่นานก็จะมีการคัดเลือกคณะกรรมาธิการทหารแล้ว ครั้งนี้ฉันจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อเข้าร่วมเป็นคณะกรรมาธิการทหารให้ได้ หวังว่าจะทำให้ตระกูลลั่วของพวกเราสามารถก้าวขึ้นไปอีกขั้น ถึงตอนนั้นก็ไม่ต้องกังวลเรื่องตระกูลเย่อีก ดังนั้นฉันไม่ขอมีส่วนร่วมในเรื่องนี้!” ลั่วซงเฉิงมองลั่วฉีแล้วกล่าวออกมา
“ทราบแล้วครับ!” ลั่วฉีตอบพลางพยักหน้า
“ดี เรื่องนี้อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่าม รอให้ฉีเอ๋อร์รู้รายละเอียดของเย่เทียนเฉินให้ชัดเจนเสียก่อนค่อยว่ากัน ฉันบอกแกอีกครั้ง อย่