จ ในส่วนแฟ้มข้อมูลของเย่เทียนเฉินก็ได้รับการจัดให้เป็นเอกสารความลับระดับหนึ่งของประเทศ แต่ก็ยังคงมีข่าวลือบางส่วนเล็ดลอดออกมาอยู่ดี ถึงอย่างไรคนที่ทราบความจริงของเรื่องนี้ก็มีอยู่บ้าง
“เหอะๆ เจ้าแว่น แกอวยไอหนูนั่นเกินไปรึเปล่าวะ? ถ้ามันมีความสามารถแบบนี้จริง ฉันจะเอาหัวไปเป็นม้านั่งให้มันเลย!” ชายอ้วนเตี้ยกล่าวพลางหัวเราะเยาะ
“เป็นไปไม่ได้หรอก แม้ว่าเจ้าหมอนี่เป็นทหารหน่วยรบพิเศษ ก็ไม่มีความสามารถในการต่อสู้ขนาดนั้น การฆ่าล้างทหารชั้นยอดจากกลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิต ต่อให้เป็นครูฝึกขั้นหนึ่งของกองกำลังเหยี่ยวนักล่าก็ยังทำได้ยาก เจ้าหมอนี่เป็นได้อย่างมากก็แค่ทหารหนีทัพเท่านั้นแหละ!” ลั่วเหลยก็กล่าวอย่างเหยียดหยาม
ประตูถูกผลักเปิดออกอย่างช้าๆ เย่เทียนเฉินที่คาบบุหรี่อยู่ในปากมวนหนึ่ง เดินเข้ามายังห้องที่ลั่วเหลย ชายอ้วนเตี้ยและชายสวมแว่นกรอบทองอยู่ จากนั้นก็ค่อยๆ ปิดประตูลงพร้อมกับล็อกกลอน แล้วนั่งลงที่โซฟาอย่างสบายใจ ระหว่างนั้นก็สูบบุหรี่ไปพลาง รินเหล้าให้ตัวเองดื่มไปพลาง
ลั่วเหลย ชายอ้วนเตี้ยและชายสวมแว่นกรอบทองต่างก็รุ้สึกตกตะลึงกับชายหนุ่มที่อยู่ๆ ก็เดินเข้ามา พวกเขาไม่รู้ว่าชายคนนี้เป็นใคร และไม่รู้ว่านี่หมายความว่าอะไร แต่จากการแสดงออกทั้งหมดตั้งแต่เดินเข้ามา ไม่น่าจะเป็นคนกันเอง
“แกเป็นใคร?” ลั่วเหลยลุกขึ้นยืน กล่าวถามพลางกำหมัดแน่น
“ฉันคือทหารหนีทัพที่แกพูดไง….” เย่เทียนเฉินก