ล่าวพลางยิ้มอย่างลึกซึ้ง
“นาย….นายคือเย่เทียนเฉิน?” ชายสวมแว่นกรอบทองดันแว่นตัวเอง ความตกใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า
ชายอ้วนเตี้ยกลับไม่ตกใจเลยแม้แต่น้อย ภูมิหลังของครอบครัวเขาในเมืองหลวงนั้นแม้ว่าจะไม่นับว่าเป็นตระกูลใหญ่อะไร แต่ก็ยังมีอำนาจอยู่บ้าง ในความคิดของเขา ตระกูลเย่ที่ตกต่ำมานานแล้วไม่กล้าก่อเรื่องแน่นอน อีกทั้งไม่เชื่อว่าคนที่เคยเป็นเศษขยะอย่างเย่เทียนนเฉินจะสุดยอดถึงขนาดนั้น ดังนั้นจึงเดินไปเบื้องหน้าเย่เทียนเฉิน จงใจมองด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยามก่อนที่จะหัวเราะเยาะพลางกล่าวออกมาว่า “รสชาติที่ได้คุกเข่าอยู่ที่ตระกูลหลิ่วทั้งวันไม่เลวเลยใช่ไหมล่ะ? ถูกตระกูลฉีถอนหมั้นมารู้สึกเป็นไงบ้าง? ชีวิตสุนัขที่รอดมาได้จากการขายเพื่อนกับคุกเข่าร้องขอชีวิตมีความสุขดีไหม?”
เพล้ง เพล้ง เพล้ง!
ลั่วเหลยกับชายสวมแว่นกรอบทองมองการเคลื่อนไหวของเย่เทียนเฉินไม่ชัด เห็นเพียงแค่ชายอ้วนเตี้ยถูกตีด้วยขวดเบียร์สามขวด จนหัวแตกเลือดไหล ล้มลงไปกองกับพื้น กรีดร้องออกมาราวหมูถูกเชือด ร่างกายสั่นกระตุกไม่หยุด ไม่รู้ว่าโดนตีไปรุนแรงถึงขนาดไหน
“รสชาติที่ขวดเหล้ากระทบหัวไม่เลวเลยใช่ไหม? ความรู้สึกที่ถูกขวดเหล้าตีรัวๆ ไปสามขวดเป็นไงบ้าง? หรือตอนนี้แกยังรู้สึกสุกสบายใจอยู่?” เย่เทียนเฉินกล่าวเสียงเรียบ มุมปากปรากฏรอยยิ้มลึกซึ้ง
เหตุการณ์นี้สะกดลั่วเหลยกับชายสวมแว่นกรอบทองเสียจนขยับตัวไม่ออก ชายตรงหน้ากล่าวอย่างชัดเจนว