่าเป็นเย่เทียนเฉิน ต่างกับการคาดการณ์ของพวกเขามาก เจ้าหมอนี่ตีชายอ้วนเตี้ยจนอยู่ในสภาพครึ่งเป็นครึ่งตายด้วยท่าทางสงบและสุขุม ต้องรู้ว่าพ่อของชายอ้วนเตี้ยเป็นประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์แห่งเมืองหลวง มีเส้นสายกว้างขวาง แต่เหตุผลนี้ไม่สามารถห้ามไม่ให้เย่เทียนเฉินตีหัวเจ้าหมอนี้ให้แตกได้ ปากเสียนัก ก็ถูกตีหัวไปซะ เป็นเรื่องสมควรแล้ว
ลั่วเหลยพลันลุกขึ้นยืน แม้ว่าเขาจะรู้สึกตกใจ แต่ในสายตาของเขา เย่เทียนเฉินไม่นับเป็นอะไร ตระกูลเย่เองก็ไม่นับเป็นอะไร ตอนนี้ตระกูลลั่วของเขาเหนือกว่าตระกูลเย่ เขาลั่วเหลยก็เหนือกว่าเย่เทียนเฉิน นี่คือความคิดของลั่วเหลย
“ฉันถามแกสักเรื่อง แกเป็นคนที่ทำร้ายน้องชายฉันใช่ไหม?” ลั่วเหยียนวางท่า กล่าวถามพลางใช้นิ้วชี้ขวาชี้ไปที่เย่เทียนเฉิน
“มันไม่ทนมือเอาซะเลย แต่ฉันหวังว่าแกจะทนมือหน่อยนะ”
“เหอะ แกกล้ามารนหาที่ตาย ฉันนับถือความกล้าของแกจริงๆ ฉันใช้เท้าเดียวก็เหยียบแกให้ตายได้แล้ว….” ลั่วเหลยกล่าวออกมาพลางหัวเระอย่างโมโห
“จะพูดพล่ามไปทำไม พวกแกเข้ามาพร้อมๆกันทั้งสองคนนั้นแหละ หรือจะมาเดี่ยวกันตัวตัว?” เย่เทียนเฉินหยิบบุหรี่ที่คาบอยู่ในปากออก กล่าวถามพลางพ่นควันออกมา
พอได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉิน ชายสวมแว่นกรอบทองก็ถอยหลังไปสองก้าวอย่างชัดเจน ในด้านความสามารถนั้นเขาเทียบกับลั่วเหลยไม่ได้ อีกทั้งชายสวมแว่นกรอบทองในตอนนี้ยังรู้สึกได้ถึงความแข็งกร้าวที่ไม่แยแสบ