นั่นเพื่อคุยโวโอ้อวดกันและหาสิ่งเร้าใจทำ
เย่เทียนเฉินเดินเข้าไปในร้านเป้ยเฟินเซวียน พนักงานเสิร์ฟหญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่งก็ออกมาต้อนรับพูดกับเย่เทียนเฉินด้วยรอยยิ้มว่า
“ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายมากี่ท่านคะ?”
“คนเดียวครับ ขอที่ที่สามารถได้ยินคนคุยโวได้นะครับ!”
เย่เทียนเฉินควักธนบัตรออกมาปึกหนึ่ง อย่างน้อยก็ไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันหยวน ยื่นให้เป็นทิปแก่พนักงานเสิร์ฟสาวสวยคนนั้น
พนักงานเสิร์ฟสาวสวยรับทิปมา รอยยิ้มบนใบหน้าก็ดูสดใสมากขึ้น เวลาทำงานหากได้พบกับแขกที่ใจกว้างเช่นนี้ แน่นอนว่าต้องต้อนรับด้วยรอยยิ้ม ไม่ค่อยมีคนให้ทิปเยอะถึงขนาดนี้บ่อยนัก หากยังทำหน้าอมทุกข์อีกก็ไม่รู้ความแล้ว
ตอนที่เย่เทียนเฉินนั่งลงมองสภาพแวดล้อมรอบๆ ก็รู้สึกว่าทิปหนึ่งพันหยวนไม่เสียเปล่าจริงๆ
การนั่งอยู่ที่ชั้นสองของร้านเป้ยเฟิงเซวียน มีม่านเสื่อกั้นอยู่ สามารถได้ยินเสียงสนทนากันในห้องรับแขกได้อย่างชัดเจน
“พวกนายได้ข่าวกันไหม? ตระกูลฉีไปขอถอนหมั้นกับตระกูลเย่ถึงบ้านเลย! ”
“รู้ตั้งนานแล้ว เจ้าขยะตระกูลเย่นั่นไม่ใช่ว่าถูกกองทัพไล่กลับมาหรอกเหรอ?”
“ถูกกองทัพไล่ออก? เป็นไปไม่ได้น่า?”
“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ไม่ได้อ่านหนังสือพิมพ์เช้าวันนี้เหรอ หมอนั่นเข้าร่วมการสู้รบ ไปเจอกับพวกโจร เลยยอมขายเพื่อนของตัวเองเพื่อจะได้มีชีวิตรอดต่อไป แล้วยังไปคุกเข่าร้องขอชีวิตกับพวกโจรอีก ถึงเก็บชีวิตสุนัขของมันไว้ได้!”
ชั้นสองของร้านเป้ยเฟิงเซวีย