นมีพวกลูกผู้ลาภมากดีมารวมตัวกัน พวกเขาเหล่านี้วันๆ นั่งงอมืองอเท้าไม่ทำอะไร นอกจากหาเรื่องตื่นเต้นเร้าใจ ขลุกอยู่กับผู้หญิง ก็เอาแต่คุยเรื่องซุบซิบพวกนี้
เย่เทียนเฉินได้ยินสิ่งที่พวกเขาคุยกัน แต่ไม่ได้รู้สึกว่ามีโทสะแต่อย่างใด เพียงแค่จิบชาไปเงียบๆ เขามาที่นี่ก็เพราะอยากจะมาฟังดูสักหน่อยว่าจะมีเงื่อนงำอะไรหรือไม่ เพื่อหาคนที่ใส่ร้ายตนเอง
“เจ้าหมอนี่จะอย่างไรก็เป็นลูกหลานตระกูลเย่ ทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้ น่าขายหน้าที่สุด!”
“ไม่มีอะไรให้ขายหน้าแล้วล่ะ ยังไงมันก็ก็ทำเรื่องที่น่าขายหน้าที่สุดไปแล้ว แอบดูสาวงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวงอาบน้ำ พ่อแม่ต้องไปขอโทษตระกูลหลิ่วด้วยตัวเอง ตัวเองคุกเข่าอยู่ข้างๆ ถูกตระกูลฉีไปขอถอนหมั้นถึงหน้าประตู ตอนนี้ยังขายพวกพ้องคุกเข่าขอชีวิตอีก ตระกูลเย่คงรู้สึกสุดจะทนจริงๆ”
“เหอะ ตระกูลเย่นับเป็นอะไรได้ พวกมันตกต่ำไปตั้งนานแล้ว!”
ตอนนี้เองมีวัยรุ่นคนหนึ่งซึ่งสวมสูทแบรนด์เนม มีอายุราวๆ ยี่สิบปี ร่างกายผอมกะหร่อง มุมปากมีรอยยิ้มดูถูก เดินขึ้นมาบนชั้นสอง
เย่เทียนเฉินมองวัยรุ่นคนนี้ครู่หนึ่งพลางขมวดคิ้ว เขาไม่รู้จักวัยรุ่นคนนี้ ที่แปลกก็คือ ลูกผู้ลาภมากดีคนอื่นๆ ต่างก็คุยกันแต่เรื่องซุบซิบ ไม่ได้มีเป้าหมายอะไร
แต่คนหนุ่มผู้นี้พออ้าปากพูดก็ใช้น้ำเสียงดูถูกเหยียดหยาม คล้ายกับมีความแค้นกับเย่เทียนเฉินอย่างลึกล้ำก็มิปาน
“โอ นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณชายสองแห่งตระกูลลั่วนี