าขยับเลยแม้แต่น้อย
“อย่า น้องชาย ไว้ ไว้ชีวิตฉันด้วย….”
นักฆ่าที่เหลืออีกรู้สึกตกใจกลัวจนสันหลังเย็นวาบ คาดไม่ถึงว่าในบ้านธรรมดาๆ หลังนี้จะซ่อนตัวยอดฝีมือเช่นนี้ไว้ด้วย ตายังไม่ทันกระพริบด้วยซ้ำ ก็ฆ่าสหายของเขาตายแล้ว
“ไว้ชีวิตแกน่ะได้ ฉันอยากรู้ว่าใครส่งแกมา มาทำอะไร หากตอบผิดล่ะก็ แกตายแน่” เย่เทียนเฉินพูดด้วยรอยยิ้มตั้งแต่ต้นจนจบ
ตอนนี้เมื่อได้เห็นรอยยิ้มของเย่เทียนเฉิน นักฆ่าผู้นั้นก็ราวกับเห็นเทพแห่งความตาย เขาตกใจกลัวจนตัวสั่น บุคคลตรงหน้าก็ไม่ต่างอะไรกับเทพแห่งความตาย สามารถฆ่าสหายของตนได้ในการโจมตีครั้งเดียว แม้แต่คิ้วก็ไม่ขมวดด้วยซ้ำ แถมยังยิ้มอยู่ตลอดเวลาจนทำให้รู้สึกเย็นไปถึงขั้วหัวใจ
“ฉัน ฉันมาลักพาตัวคนตระกูลเย่สามคน….”
“ใครส่งแกมา?”
“ฉิน ตระกูลฉิน”
เย่เทียนเฉินขมวดคิ้ว ตระกูลฉิน?
ตอนกลางวันฉีชางเซิ่งพูดไว้ว่าฉีหรูเสวี่ยกับฉินเหิงเกิดรักแรกพบ ทำไมตระกูลฉินถึงส่งนักฆ่ามาที่นี่อีก? เรื่องนี้จะต้องมีความลับอะไรอยู่แน่นอน
“ฉันอยากรู้ว่าทำไม?”
เย่เทียนเฉินใช้ด้านข้างของมีดตบเบาๆ ไปที่ขากรรไกรของนักฆ่าคนนั้น เป็นการขู่ไม่ให้ผู้บุกรุกพูดโกหก นี่เป็นกลวิธีในการไต่สวนด้วยตัวเองวิธีหนึ่ง
“เรื่องนี้ ฉัน ฉันก็ไม่รู้….” นักฆ่าคนนั้นมองเย่เทียนเฉินพลางพูดอย่างตะกุกตะกัก
“ฉันจะนับถึงสาม ถ้าหากไม่มีคำตอบล่ะก็ คงต้องส่งแกไปตายซะแล้วล่ะ” เย่เทียนเฉินถอนหายใจครั้งหนึ่ง แล้วกล่างพลางส่ายห