น้า
“เรื่องนี้ ฉัน ฉันไม่รู้จริงๆนะ ฉัน….”
“หนึ่ง!”
“สอง!”
“สาม….”
คำว่าสามของเย่เทียนเฉินยังพูดไม่ทันจบ นักฆ่าคนนั้นก็เปิดปากพูด อีกทั้งยังพูดอย่างรวดเร็วว่า
“คนตระกูลฉิน พ่อของฉินเหิงอยากจะแย่งตำแหน่งกับพ่อของคุณ แต่ผลงานทางการเมืองสู้เย่หงไม่ได้ ก็เลยอยากลักพาตัวภรรยาและลูกสาวของเขาเพื่อข่มขู่”
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง แกไปได้แล้ว อย่าลืมกลับไปบอกคนตระกูลฉินด้วยว่า ฉันเย่เทียนเฉินจะหาเวลาไปเยี่ยม”
นักฆ่าคนนั้นตกตะลึง คิดไม่ถึงว่าคนๆ นี้ก็คือเย่เทียนเฉิน อีกทั้งยังปล่อยให้เขากลับไปจริงๆ เขาเดินไปยังหน้าต่างด้วยความกระวนกระวายใจ ตอนที่กำลังเตรียมจะกระโดดออกไป เสียงสวบก็ดังขึ้น ลำคอของนักฆ่าคนที่รอดอยู่ถูกแทงทะลุ เลือดพุ่งกระฉูดออกมา สองมือกุมคอของตนเองไว้ ล้มลงไปที่พื้นด้วยความตกใจกลัว
“โทษทีว่ะ ฉันคิดว่าฉันไปบอกเองดีกว่า” เย่เทียนเฉินพูดพลางเกาหัว
ความเมตตาต่อศัตรู ก็คือความโหดร้ายต่อตัวเอง
เย่เทียนเฉินไม่ใชพวกอวดดีและพวกชอบหาเรื่องใส่ตัว แต่ใครกล้ามาหาเรื่องรังควานเขา เขาก็จะไม่ปล่อยไปเด็ดขาด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนที่ทำร้ายครอบครัวของเขา คนที่ทำแบบนั้นทำได้แค่ชดใช้ด้วยชีวิต
ช่วงวันสิ้นโลกป็นโลกที่เต็มไปด้วยการเข่นฆ่าสังหาร ทุกที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด คุณไม่ฆ่าเขา เขาก็ฆ่าคุณ เป็นเหตุผลที่เรียบและตรงไปตรงมา
ในคืนนั้นเย่เทียนเฉินนำศพของนักฆ่าทั้งสองไปทิ้งที่ไกลๆ และลบร่องรอยของ