ถึงอย่างไรก็เป็นครอบครัวเดียวกัน อีกทั้งพ่อของเขาก็ยังอยู่ด้วย เย่หงเป็นลูกที่กตัญญู ไม่ว่าพี่ชายทั้งสองจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไร บิดาจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไร เขาก็อยากให้ครอบครัวสามัคคีกัน
แต่เย่เทียนเฉินไม่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นก่อนมาเกิดใหม่ หรือหลังเกิดใหม่ เขาก็ไม่ได้มีความผูกพันอะไรกับคนกลุ่มนี้ เพราะว่าคนเหล่านี้ไม่ได้มองเขาเป็นญาติเลยแม้แต่น้อย
“ลูกชายที่พ่อของผมสอน ดีกว่าลูกชายที่ครอบครัวของพวกคุณทั้งสองสอนตั้งเยอะ อีกอย่างผมอยากจะอธิบายอะไรสักอย่างหน่อย คนที่ถอนหมั้นกับตระกูลฉีคือผม ไม่ใช่พวกคุณ สิ่งที่ตระกูลฉีชดใช้ก็ควรจะเป็นผมที่ได้รับ ถ้าหากพวกคุณอยากได้ พวกคุณก็ไปถอนหมั้นกับตระกูลฉีเองสิ ผมไม่ถอนหมั้นอีกครั้งหรอก!”
เย่เทียนเฉินไม่ให้โอกาสเย่หงผู้เป็นพ่อได้เอ่ยปาก เขารู้ว่าพ่อเป็นคนกตัญญู และคอยคิดอ่านให้ครอบครัวอยู่ตลอด หากเปิดปากพูดออกมาก็คงเป็นการพูดประนีประนอม การทำแบบนั้นไม่เพียงแต่ไม่ได้รับประโยชน์อะไร ยังต้องรับการโจมตีจากลุงทั้งสองอีกด้วย ดั่งคำพูดที่ว่าม้าดีถูกคนขี่ คนดีถูกข่มเหง
“แก….”
“พ่อ พ่อดูไอหลานนอกคอกคนนี้ ลูกตามใจจนเป็นอะไรไปแล้ว กล้ามาพูดแบบนี้กับผู้หลักผู้ใหญ่ ตระกูลเย่ของพวกเรายังมีกฎเกณฑ์อยู่หรือเปล่า?”
เย่มู่ไป๋กับเย่เฮ่อกั๋วโกรธจนทนไม่ไหว ทำได้เพียงให้เย่หย่วนซานมาจัดการ
“ผู้อาวุโสเย่ ผมคิดว่าเรื่องนี้จัดการตามนี้เถอะครับ การชดเชยสองอย่างนี้ ตระกูลฉ