ีของพวกเราจะทำสุดความความสามารถ” ฉีชางเซิ่งชิงพูดก่อน
ฉีชางเซิ่งเป็นคนเจ้าเล่ห์ อยู่ในเมืองหลวงมาหลายปีขนาดนี้ ตระกูลฉีก็เป็นตระกูลใหญ่ แน่นอนว่าต้องรู้ถึงความคิดของลูกชายทั้งสองของตระกูลเย่ หากเป็นแบบนี้ต่อไป เกรงว่าพวกเขาจะเรียกราคาสูง ในเมื่อเย่เทียนเฉินซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องเห็นด้วยแล้ว ก็ต้องรีบคว้าเอาคำพูดนี้เป็นการตกลง
เย่หย่วนซานมองเย่หงครั้งหนึ่ง แต่ไหนแต่ไรในใจก็คิดว่าลูกชายคนที่สามกตัญญู ไม่แก่งแย่งชิงดี ไม่เหมือนลูกคนโตกับลูกคนรอง ที่วันๆ เอาแต่คิดเรื่องทรัพย์สินตระกูลเย่ ดังนั้นสุดท้ายคิดเปิดปากพูดออกไปว่า
“ตกลง เอาแบบนี้ก็แล้วกัน กลับไปบอกพี่เหมิงเซียนด้วยว่า สิ่งที่ได้ล่วงเกินไป หวังว่าจะไม่ตำหนิกัน”
“ผู้อาวุโสพูดอะไรอย่างนั้น ตระกูลฉีของผมทำไม่ถูกเอง ผมขอเป็นตัวแทนของตระกูลฉีแสดงความขอโทษ ณ ที่นี้ด้วย ถ้าอย่างนั้นผมต้องขอตัวก่อน!”
ฉีชางเซิ่งรีบลุกขึ้นพลางพูดอย่างเกรงใจ
เมื่อเห็นว่าฉีชางเซิ่งจากไปแล้ว เย่มู่ไป๋และเย่เฮ่อกั๋วก็โกรธจนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เดิมทีพวกเขาสามารถหาประโยชน์ได้จากเรื่องนี้ ตอนนี้ไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง ทั้งหมดก็เพราะเย่เทียนเฉิน
“วันนี้ท้องฟ้าสดใส ทุกที่ทิวทัศน์ดีงาม ทิวทัศน์ดีงาม….” เย่เทียนเฉินยิ้มพลางร้องเพลงออกมา
“น้องสาม แกสอนลูกได้ดีจริงๆ เหอะ!” เย่มู่ไป๋โกรธจนพูดเสียดสีออกมาอย่างเย็นชา แล้วหมุนตัวเดินจากไป
“พ่อ นี่….”
เย่เฮ่อกั๋วเองก็โกรธจนทนไ