ม่ไหว ผลประโยชน์สักนิดก็ไม่ได้ กลับตกไปเป็นของบ้านน้องสามจนหมด จึงคิดจะให้ เย่หย่วนซานผู้เป็นบิดาเป็นคนจัดการ
“หุบหาก หยุดซะ เรื่องนี้ให้จบแค่นี้” เย่หย่วนซานตำหนิเย่เฮ่อกั๋ว
การถอนหมั้นก็จบเพียงเท่านี้ เย่เทียนเฉินต่อสู้เพื่อผลประโยชน์ของครอบครัวของตน
เมื่อเดินออกมาจากบ้านหลักตระกูลเย่แล้ว พบว่าเย่หงผู้เป็นบิดารู้สึกผิดในใจอยู่บ้าง ถึงอย่างไรตลอดหลายปีมานี้ไม่เคยทำให้พี่ชายทั้งสองโกรธ แม้ว่ากับบิดาหรือพี่ชายทั้งสองจะทำตัวไม่ดีกับเขามากนัก ถึงขั้นกับกีดกัน เย่หงก็พยายามรักษาความสามัคคีของคนในครอบครัวมาโดยตลอด เขาคิดว่าอย่างไรเสียเลือดก็ย่อมข้นกว่าน้ำ
เย่เทียนเฉินกับเย่หงสองพ่อลูกเดินอยู่ข้างหน้าสุด มารดากับน้องสาวเดินตามหลัง เดินออกมาจากบ้านหลักตระกูลเย่ด้วยกัน พอเห็นว่าเย่หงสูบบุหรี่ไปสองมวนติดๆ กัน เย่เทียนเฉินก็ตบบ่าของบิดาพลางกล่าวว่า
“อย่าไปคิดมากเลยครับ ย้ายออกจากบ้านหลักตระกูลเย่กันเถอะ ทำไมต้องทำให้ตนเองทุกข์ใจด้วย?”
เย่หงเงยหน้ามองลูกชาย ทันใดนั้นก็พบกับความเปลี่ยนแปลง เย่เทียนเฉินเมื่อก่อนนั้นไม่มีทางเชื่อฟังแบบนี้ และจะไม่พูดคำพูดเช่นนี้ออกมาเด็ดขาด เวลาสองพ่อลูกคุยกัน ถ้าไม่ลงไม้ลงมือก็มีปากเสียงกันรุนแรง แต่ตอนนี้บรรยากาศเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง กลายเป็นกลมเกลียวกัน
“เทียนเฉิน ลูก….”
“ต่อจากนี้ลูกจะเชื่อฟัง จะไม่ให้พ่อและแม่ต้องกังวลอีก เดิมทีพวกเราก็มีบ้านอยู่ข้างนอก ลุงใ