หญ่ลุงรองก็ไม่อยากให้พวกเรากลับไปแย่งชิงสมบัติของตระกูลกับพวกเขา ในเมื่อชาตินี้เกิดเป็นพี่น้องกันแล้ว ก็ยอมให้พวกเขาไปเถอะ ผมคิดว่าพ่อก็คงไม่สนใจสมบัติพวกนั้นหรอก แค่อยากให้ครอบครัวสามัคคีกัน”
พอได้ยินคำพูดของเย่เทียนเฉิน เย่หงก็ตกตะลึงไปชั่วครู่ เขาไม่คิดเลยว่าลูกชายจะมองได้ทะลุปรุโปร่งเช่นนี้
จริงๆ เขารู้มานานแล้วว่าพี่ใหญ่กับพี่รองมีอคติกับตน ตลอดที่อยู่ที่บ้านหลักตระกูลเย่หรือทิ้งห้องเอาไว้ที่นั่น ระหว่างพี่น้องมีแต่การทะเลาะ บางทีการย้ายออกมาคงจะทำให้กลมเกลียวกันมากกว่านี้!
เพียงแต่เย่หย่วนซานผู้เป็นบิดามีอายุมากแล้ว เย่หงจึงอยากจะแสดงความกตัญญูให้ถึงที่สุด ตอนนี้พอฟัง เย่เทียนเฉินพูด ดูแล้วคงไม่จำเป็นจริงๆ
“ตกลง พวกเราย้ายออกไปอยู่ที่อื่น จากนี้ครอบครัวเราสี่คนจะมีความสุขกันสักที” เย่หงตอบตกลงด้วยรอยยิ้ม
เย่เทียนเฉินพยักหน้า สุดท้ายก็เชื่อฟังผู้เป็นพ่อ ต่อไปนี้พ่อกับแม่ก็ไม่ต้องมาบ้านหลักตระกูลเย่เพื่อรองรับอารมณ์ของลุงใหญ่ลุงรองอีกต่อไป
“พี่ชาย พี่กับพ่อกำลังคุยอะไรกันหรอ ทำไมถึงได้อารมณ์ดีขนาดนี้?”
เย่เชี่ยนเหวินปล่อยมือหลัวเยี่ยน เดินมาถามด้วยรอยยิ้ม
“ไม่บอกหรอก มันเป็นความลับ!” เย่เทียนเฉินจงใจกล่าวยั่ว
“ชิ แม่ พี่แกล้งหนู มีความลับกันสองคนกับพ่อ ไม่ยอมบอกพวกเราเลย” เย่เชี่ยนเหวินทำปากจู๋น่ารัก พูดพลางแลบลิ้นใส่เย่เทียนเฉิน
เย่หงยิ้ม หันไปหาลูกสาวกับภรรยาแล้วบอกว่า “พ่อตั