มารถเข้าใจถึงสถานการณ์ จำนวนคน รวมถึงการวางกำลังของอีกฝ่ายอย่างละเอียด ก็คงฝ่าออกไปได้ยาก
“ไม่เป็นไร คุณไปยืนพักข้างๆก่อน เดี๋ยวผมถามเอง!” เย่เทียนเฉินหัวเราะพลางกล่าวกับหานเจี๋ย ในสกานการณ์เช่นนี้ เย่เทียนเฉินก็ไม่ได้ตีหน้าเคร่งขรึมอยู่ตลอด อย่างไรเสียก็เหลือแค่เขากับหานเจี๋ยสองคน ถ้าไม่สามัคคีกันก็ยากที่จะตอบโต้กลับ
หานเจี๋ยนิ่งอึ้งไปชั่วครู ตอนนี้เธอรู้สึกว่าตนเองคล้ายกับเด็กหญิงตัวน้อยเข้าไปทุกที เริ่มที่จะพึ่งพาเย่เทียนเฉินที่เป็นเพียงทหารที่เพิ่งได้รับการบรรจุเข้าหน่วยรบพิเศษ ประสบการณ์ด้านต่างๆก็ด้อยกว่าเธอ ตัวเธอเองนั้นเป็นถึงผู้บัญชาการระดับเขต แต่กลับต้องมาพึ่งพาเขา
ผู้หญิงก็เป็นเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่อ่อนโยนหรือเข้มแข็ง ยามที่มีผู้ชายอยู่ข้างกาย เธอก็มักจะพึ่งพาโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเย่เทียนเฉินในตอนนี้ที่เคร่งขรึมจริงจัง ราวกับว่าเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
“แกมีทางเลือกสองทาง พูดหรือตาย!” เย่เทียนเฉินพูดภาษาอังกฤษได้ แต่ก็ยังใช้ภาษาจีนพูดกับเจ้าโจรผู้นั้น นี่คือลักษณะอย่างหนึ่งของชาวจีน
“อย่าเข้าใจผิดสิ พวกมึงต้องตายทุกคน กลุ่มทหารรับจ้างมารโลหิตของพวกกูล้อมพวกมึงไว้แล้ว ใครก็ไม่รอด!” เจ้าโจรชั่วคำรามตอบเย่เทียนเฉิน
พลั่ก!
เย่เทียนเฉินไม่พูดอะไรอีก พลันปักมีดลงไปที่ขาของมัน เสียงร้องโอดครวญก็ดังขึ้นมาทันที หานเจี๋ยตกตะลึง แต่จะอย่างไรเธอก็เป็นผู้หญิงที่ทั้งงดงามและเข้มแข