าถึงโต๊ะ นั่งลงข้างกายไป๋หยี่เนี่ยน หัวไหล่ของไป๋หยี่เนี่ยนยังคงสั่นสะท้าน เส้นผมห้อยตกลงมาบนแขนบดบังใบหน้าของนาง นางร่ำไห้จนเสียงแหบเสียงแห้ง
ครู่หนึ่งหลินชิงเวยจึงเอ่ยขึ้นว่า “อยากร้องไห้ยังต้องแอบร้องไห้เช่นนี้หรือ? มีความสุขก็หัวเราะ มีความทุกข์ก็ร้องไห้ นี่ไม่ใช่เรื่องน่าขายหน้าอันใด อีกทั้งข้างนอกไม่มีคน ท้องฟ้ามืดเช่นนี้ ไม่มีใครเห็นและไม่มีใครได้ยิน”
ไป๋หยี่เนี่ยนพูดงึมงำ “แต่เจ้าเห็น และเจ้าได้ยิน”
“หากทำได้ เจ้าก็พยายามมองไม่เห็นข้าก็แล้วกัน” หลินชิงเวยพูดเรียบๆ