โยนไป๋หยี่เนี่ยนได้ เขาเองก็เป็นบุรุษสูงวัยคนหนึ่ง ยิ่งไม่มีปัญญาจะไปปลอบโยนไป๋หยี่เนี่ยน มิง่ายดายเลยกว่าเขาจะรอจนหลินชิงเวยกลับมา เขาจึงรีบก้าวเข้ามาพูดว่า “แม่นางหลิน เจ้ากลับมาในที่สุด เจ้าเข้าไปปลอบโยนเนี่ยนเอ๋อร์สักหน่อยได้หรือไม่ ตั้งแต่นางกลับมานางก็ขังตัวเองอยู่ในห้อง ไม่สนใจผู้ใด ข้าร้อนใจแทบแย่แล้ว ข้ากลัวว่านางจะคิดไม่ตก”
หลินชิงเวย “ท่านผู้เฒ่าไป๋อย่าเพิ่งร้อนใจ ข้าไปดูนางก็พอ”
ภายในเรือนของไป๋หยี่เนี่ยนมีเพียงความมืด สาวใช้ทั้งหมดล้วนถูกไล่ออกมา หลินชิงเวยก้าวเข้าไปในเรือน นางยืนอยู่หน้าประตูเงียบๆ พลันได้ยินเสียงร่ำไห้สะอึกสะอื้น นางผลักประตูห้องเข้าไป ทว่าประตูกลับถูกลั่นดาลเอาไว้
หลินชิงเวยยกมือขึ้นหยิบปิ่นปักผมบนศีรษะแล้วสอดเข้าไปในช่องระหว่างประตูอย่างเชี่ยวชาญ ค่อยๆ ขยับดาลประตูออกแล้วผลักประตูเข้าไป
แสงไฟจากโคมไฟที่แขวนอยู่บนระเบียงทางเดินส่องเข้ามาในห้อง หลินชิงเวยเห็นไป๋หยี่เนี่ยนฟุบร่างลงกับโต๊ะ ร่างทั้งร่างสั่นสะท้าน
นางไม่จุดตะเกียง ปิดประตูขังตัวเองอยู่คนเดียว มาตรว่าไม่ต้องการให้ผู้อื่นเห็นนางร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวด
หลินชิงเวยหันกลับไปปิดประตูห้องแล้วเดินคลำทางม