ชิงเวยวางไป๋เสวี่ยลงแล้วคว้าขาของไก่ฟ้ามาข้างหนึ่ง ใช้ใบมีดบางๆ อีกแผ่นหนึ่งกรีดผิวหนังของไก่ฟ้า มันรู้สึกเจ็บจึงหดขากลับไป หลินชิงเวยนำหนอนกู่ที่ผ่านการทำความสะอาดจากน้ำยาแล้วใส่เข้าไปในผิวของไก่ฟ้าทั้งยังมีชีวิต นางใส่ยาสมานแผลที่ดีที่สุดพร้อมกับพันแผลให้มัน
ไป๋เสวี่ยและไก่ฟ้าต่างถูกเลี้ยงดูอยู่ในลานเรือนตลอดทั้งบ่าย เมื่อถึงเวลากลางคืน ไป๋เสวี่ยและไก่ฟ้าล้วนเดินไปเดินมาได้ตามปกติแล้ว อีกทั้งยังบินไปมาอย่างอิสระ
หลินชิงเวยมอบไก่ฟ้าให้กับข้ารับใช้ในจวนสกุลไป๋ ให้พวกเขานำไก่ฟ้าตัวนี้ไปปล่อยบนภูเขาในคืนนี้ อีกทั้งยังได้กำชับพวกเขาว่าไก่ตัวนี้ไม่อาจนำมากินเป็นอาหารได้อีก หาไม่แล้วจะทำให้ต้องพิษ ข้ารับใช้ของจวนสกุลไป๋ไม่กล้าเสี่ยงจึงเร่งเดินทางทั้งคืนเพื่อนำไก่ตัวนี้ไปปล่อยบนภูเขา
ไก่ฟ้ากางปีกแล้วขึ้นบินทันที ขนของมันปลิวพลิ้วในยามราตรี หากเป็นเวลากลางวันลักษณะของมันจะต้องงดงามมากทีเดียว
เมื่อทำเช่นนี้แล้ว ต่อให้หยางชุนตามมาก็ไม่ได้มาหาไป๋เสวี่ย แต่ไปหาไก่ฟ้าตัวนั้น ปล่อยมันเข้าไปในป่าใหญ่ หากต้องเข้าไปตามหาข้างในนั้น อย่างไรก็ทำให้คนเวียนหัวได้กระมัง
หลินชิงเวยพูดกับหลีเช่อ “ร