นที คาดว่าท่านเจ้านิกายต้องเป็นห่วงความปลอดภัยของเขาจึงให้กู่ถงเทียนแอบคุ้มกันอยู่
“ซูเฉิน เซี่ยวฟาน พวกเจ้าทำได้ดีมาก!”
กู่ถงเทียนยิ้มบาง ๆ
ยิ่งเขามองซูเฉินก็ยิ่งพึงพอใจ การมีซูเฉินอยู่ถือเป็นโชคใหญ่ของนิกายเทียนเต๋า
กู่ถงเทียนมองไปยังจงหลิน แล้วยิ้มกล่าวว่า “จงหลิน เจ้าจะลงมือกับเด็กพวกนี้อีกหรือ?”
เขารับรู้ได้ถึงเจตนาฆ่าอันน่าสะพรึงจากจงหลิน
“ส่งแท่นสังหารเทพคืนมา แล้วข้าจะไว้ชีวิตพวกเจ้า!”
จงหลินกล่าวด้วยเสียงเย็นชา เจตนาฆ่าแฝงอยู่ในคำพูดอย่างไม่ปิดบัง
“เช่นนี้หรือที่หัวหน้านิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าทำผิดสัญญา?”
กู่ถงเทียนแค่นเสียงเยาะ
“ข้าเคยกล่าวไว้ว่า หากเขาชนะอวิ๋นเฟย ข้าจะไม่ลงมือกับเขา! แต่แท่นสังหารเทพคือสมบัติสูงสุดของนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้า ต่อให้ข้าไม่ลงมือ เขาก็ไม่มีทางจากที่นี่ไปได้!”
จงหลินกล่าวเสียงเย็นชา
โครม! โครม! โครม!
ทันใดนั้น ห้วงอากาศสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กลิ่นอายทรงพลังห้าสายฉีกห้วงอากาศปรากฏขึ้นในระหว่างฟ้าดิน
ทั้งห้าคือบุรุษวัยต่างกัน ทั้งชราและหนุ่ม ดวงตาเย็นเยียบ กลิ่นอายของพวกเขากลืนกลายเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน ลึกล้ำเหนือหยั่ง
ห้านักบุญยุทธ์!
เมื่อรวมกับจงหล