ินและซุนฉีหยาง ย่อมเป็นเจ็ดนักบุญยุทธ์ กลิ่นอายเจตนาฆ่าประสานกันปกคลุมทั่วฟ้าดิน
ในหมู่พวกเขามีนักบุญยุทธ์เฟิงหลิน
แววตาเขาเมื่อมองซูเฉินเต็มไปด้วยสีเลือด อาฆาตอย่างโจ่งแจ้ง
“ส่งแท่นสังหารเทพมา มิฉะนั้นเจ้าตายแน่!”
นักบุญยุทธ์เฟิงหลินคำรามก้อง
สีหน้าของกู่ถงเทียนเปลี่ยนไปทันที เขารู้ว่าแย่แล้ว
นิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าเห็นว่าศักยภาพของซูเฉินน่ากลัวเกินไป อีกทั้งเพื่อแย่งชิงแท่นสังหารเทพ พวกเขาจึงส่งนักบุญยุทธ์ถึงเจ็ดคนมา ชัดเจนว่าพวกเขาจะฆ่าซูเฉินไม่ว่าต้องแลกด้วยสิ่งใด
“ผู้ใดกล้าทำร้ายศิษย์ของข้า จงมาประลองกับกระบี่ในมือข้าก่อน!”
ทันใดนั้น เสียงเย็นเฉียบเสียงหนึ่งดังก้องห้วงเวหา
แครก!
ห้วงอากาศฉีกออกเป็นเสี่ยง ๆ ร่างสองร่างปรากฏออกมาพร้อมกลิ่นอายทรงพลัง
คือลั่วเสวียนและเจ้านิกายจ้านหยวน!
กระบี่โบราณในมือของลั่วเสวียนสั่นสะเทือน เปล่งเสียงหึ่ม ร่างของนางปลดปล่อยเจตกระบี่ไร้เทียมทาน ประหนึ่งสามารถฉีกฟ้าทะลายดิน
ส่วนเจ้านิกายจ้านหยวนยืนกลางอากาศ แม้ท่าทีสงบนิ่ง แต่ทันทีที่เขาปรากฏ ราวกับเป็นศูนย์กลางของฟ้าดินโดยพลัน
แม้แต่จงหลินยังเผยแววหวาดเกรงเล็กน้อยเมื่อเห็นเจ้านิกายจ้านหยวน
เขาไม่คิดเลยว่าเพียงเ