“ข้าหนีได้หรือไม่?” หลีเช่อถาม
“ย่อมได้” หลินชิงเวยพูด “เพียงแต่ตอนนี้เจ้ายังหนีไปได้ ทว่ายามนี้รอบด้านล้วนมีคนของสกุลไป๋อยู่ทั่ว”
หลีเช่อโยนลูกบอลผ้าแพรในมือทิ้งแล้วเริ่มบริภาษทันที “คุณหนูใหญ่สกุลไป๋อันใด ใครอยากจะแต่งกับนางเล่า! หากมิใช่เป็นเพราะนางพูดจาท้าทายข้า ข้ามีหรือจะรับเจ้าของสิ่งนี้!”
แต่ถ้าจะหนีตอนนี้ก็ชัดเจนยิ่งนักว่าไม่ทันแล้ว นอกจากหลีเช่อจะหนีออกจากเมืองคุนในอึดใจเดียว หาไม่แล้วเขายังคงถูกคนสกุลไป๋จับตัวกลับมา ต่อมาท่านผู้เฒ่าสกุลไป๋พาหลานสาวไป๋หยี่เนี่ยนเดินลงจากหอไป ไป๋หยี่เนี่ยนเดินผ่านหลีเช่อด้วยท่าทีขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเต็มไปด้วยอารมณ์รุนแรง หาไม่สั่งสอนชายชั่วเช่นเขา คืนนี้นางคงนอนไม่หลับ
เพียงแต่ไป๋หยี่เนี่ยนถูกท่านผู้เฒ่าไป๋คว้าคอเสื้อด้านหลังเอาไว้ ท่านผู้เฒ่าไป๋มองออกชัดเจน หากว่ากันด้วยพละกำลังแล้วไป๋หยี่เนี่ยนยังไม่อาจเอาชนะเขาได้ นางได้แต่กางมือตะกุยตะกายคำรามใส่หลีเช่อ “คนเลว มานี่สิ! ใครใช้ให้เจ้าแย่งลูกบอลผ้าแพรของข้า!”
หลีเช่อพูดกับท่านผู้เฒ่าไป๋อย่างมีมารยาท “ท่านผู้เฒ่าไป๋ ข้าคิดว่านี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด ไม่สู้เรียกให้ทุกคนกลับมาแย่งลูกบอลผ้าแพรกันใหม่อีกครั