อันใด
ชัดเจนยิ่งนักว่าหลี่ซิ่วเอ๋อร์ได้รับความตื่นตกใจอย่างยิ่ง ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้สติกลับมา
นายอำเภอและหลินชิงเวยเดินไปยังสถานที่ต้นเพลิงตามการนำทางของข้ารับใช้ ภายในเรือนกลายเป็นซากปรักหักพัง เหลือเพียงกำแพงที่แตกหัก รอบด้านเต็มไปด้วยควันไฟคละคลุ้งจนทำให้คนสำลัก
ได้ยินสาวใช้อาวุโสผู้รับผิดชอบดูแลหลี่ซิ่วเอ๋อร์บอกว่า ต้นเพลิงเกิดจากห้องข้างที่ใช้เป็นที่เก็บสิ่งของเบ็ดเตล็ด ด้วยข้างในมีสิ่งของที่ง่ายต่อการเป็นเชื้อเพลิง ก่อนหน้านี้ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น รอกระทั่งไฟไหม้แล้วจึงยากที่จะควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ ทำให้เรือนทั้งหลังถูกเผาวอดวาย
สิ่งของในห้องของแม่นางน้อยล้วนเป็นจำพวกผ้าแพรผ้าไหมซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี
หลินชิงเวยเดินไปเดินมาในเรือนที่กลายเป็นซากปรักหักพัง นางไม่รังเกียจแม้แต่น้อยที่ชายกระโปรงสะอาดสะอ้านของนางกวาดผ่านไม้ที่ไหม้เกรียมเหล่านั้นแล้วทิ้งรอยเลอะเทอะจางๆ เอาไว้ นายอำเภอก็กำลังเดินอยู่ในเรือนเช่นกัน
อย่างไรไฟไหม้ครั้งนี้ไม่มีคนตาย นับว่าเป็นความโชคดีเทียมฟ้าแล้ว
หลินชิงเวยถามสาวใช้อาวุโส “สิ่งของเบ็ดเตล็ดที่เก็บในห้องข้างมีอะไรบ้าง?”
สาวใช้อาวุโสเห็นหลินชิงเวยมาพร้อมกับนายอำเภอจึงมิกล้าเพิกเฉ