ึงได้แต่ด่าทอสองสามคำก็จากไป
หลินชิงเวยมองซินหรูที่เต็มไปด้วยโทสะด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ข้าเพิ่งจะเห็นว่าเจ้ามีความสามารถในการก่อเรื่องไม่เบาทีเดียว”
ซินหรู “เป็นพวกเขาทำเกินไปแล้วเจ้าค่ะ ถึงกับกล้าด่าพี่สาว! ขอทานในเมืองคุนแห่งนี้มันเรื่องอันใดกัน? คุณหนูใหญ่ไป๋เมื่อสักครู่ สมองของนางมีปัญหาหรือไม่?”
หลินชิงเวย “ประมาณนั้นกระมัง”
ต่อมาหลินชิงเวยพาซินหรูหาโรงเตี๊ยมที่ดูแล้วสะอาดสะอ้านแห่งหนึ่ง เปิดห้องหนึ่งห้อง ยามค่ำคนทั้งสองกำลังนั่งอยู่ในห้องโถงใหญ่เพื่อรับประทานอาหารมื้อค่ำ จึงได้ยินคนในเมืองคุนพูดถึงเรื่องหนึ่ง บังเอิญยิ่งนักที่ชาวบ้านพูดถึงคุณหนูใหญ่สกุลไป๋นางหนึ่ง
เมืองคุนแห่งนี้ มีคุณหนูใหญ่สกุลไป๋เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น ชื่อไป๋หยี่เนี่ยน ไม่ว่าใครที่เอ่ยถึงนางล้วนได้แต่ส่ายหน้าเท่านั้น
ที่แท้สาเหตุที่ขอทานในเมืองคุนแห่งนี้กร่างเสียจนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่อาจควบคุมขัดขวางได้ล้วนมีที่มาจากไป๋หยี่เนี่ยนนางนั้น
อาจเป็นเพราะนี่เริ่มจากความเห็นอกเห็นใจ ทำให้นางลงทุนลงแรงช่วยเหลือขอทานเหล่านั้น นางยังเปิดโรงทานต้มข้าวต้มแจกจ่าย เดิมทีนี่เป็นเรื่องดีเรื่องหนึ่ง หากในครอบครัว