หลินชิงเวย “เดิมทีข้าเองมิใช่คนจิตใจเมตตาอันใด เกรงว่าถึงเวลานั้น ท่านจะรับไม่ไหว สุดท้ายต้องตายโดยไร้ที่ฝังศพอย่างน่าเวทนาจริงๆ”
ท้องฟ้ามืดลงอย่างไม่รู้ตัว หมอกบนภูเขากระจายตัวลงมาครอบคลุม ทำให้บรรยากาศดูสลัว เมื่อเงยหน้าขึ้นพลันเห็นดวงดาราเป็นจุดๆ ระยิบระยับ
เงาของต้นสนข้างกายเห็นเพียงเงาสลัว
เซียวอี้ลุกขึ้น “เร่งเดินทางมาทั้งวันแล้วยังนั่งสนทนาอยู่ที่นี่เป็นเวลานาน เจ้าต้องหิวแล้วเป็นแน่ ไป ไปกินข้าวกัน”
หลินชิงเวยจึงลุกขึ้นเดินตามหลังเซียวอี้ออกไปจากเรือนหลังนี้ เซียวอี้พูดขึ้นว่า “ในเมื่อมาถึงแล้วก็พักผ่อนที่นี่สักสองวันแล้วค่อยเดินทางต่อเถิด หากเจ้าไม่พูด ข้าจะถือว่า เจ้าไม่ปฏิเสธ”
เวลานี้ซินหรูไม่ได้ยืนดูปลาอยู่ที่ระเบียงทางเดินนานแล้ว เซียวอี้พาหลินชิงเวยไปสถานที่กินอาหาร ทันทีที่เข้าไปในห้อง หลินชิงเวยก็เห็นซินหรูนั่งอยู่ข้างโต๊ะอาหาร มีหลีเช ช่อนั่งเป็นเพื่อนนาง ดูจากท่าทางแล้วซินหรูและหลีเช่อสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว
แม้ซินหรูจะความจำไม่ใคร่ดีนัก แต่นางยังจำได้ว่าเมื่อครั้งอยู่ในตำหนักฉางเหยี่ยน หลินชิงเวยทำหน้ากากหนังมนุษย์หกเจ็ดแผ่นภายในครั้งเดียว เวลานั้นนางถามว่าทำให้ผู้ใด