จิ่นทางหนึ่งป้อนยาให้นางดื่ม อีกทางหนึ่งพูดคุยกับนางเบาๆ ด้วยบทสนทนาในชีวิตประจำวันทั่วไป “ดอกไห่ถังในวังบานแล้ว เมื่อก่อนข้าเห็นเจ้าชมชอบนัก จึงนำต้นไห่ถังไปปลูก กในตำหนักฉางเหยี่ยน แต่เจ้าอาจจะไม่ได้เห็นสีแดงอันงดงามของมันทำให้คนเห็นแล้วแทบจะตกอยู่ในภวังค์” เขาหัวเราะ “ข้าจึงได้แต่บรรยายภาพให้เจ้าฟัง”
หลินชิงเวยไม่ได้ตอบเขา
รอยยิ้มบนริมฝีปากของเขาจืดจางลงแล้วพูดอีกว่า “ชิงเวย เจ้าฟังเสียงข้างนอกหน้าต่างสิ นกน้อยช่างกระตือรือร้นเหลือเกิน ข้าเชื่อว่าสองเดือนนี้ เจ้าคงจะมีปีกที่แข็งแรง รอให้เจ้า าตื่นขึ้นมาแล้วโบยบินใช่หรือไม่?” เสียงทอดถอนใจเฮือกหนึ่ง “เมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าก็รีบตื่นขึ้นมาเถิด ข้าจะมองเจ้าบินออกไป”
ราวกับหลินชิงเวยได้ยินคำพูดของเซียวจิ่น แม้นางจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาในเวลานั้น แต่นิ้วมือใต้ผ้าห่มของนางมีการขยับเบาๆ
ครั้งหลังสุดที่เซียวจิ่นมาเยี่ยมนางนั้น ดูคล้ายนางเพิ่งตื่นจากความฝันอันยาวนานในที่สุด นางรู้สึกตัวตื่นขึ้นช้าๆ และลืมดวงตาทั้งคู่
ดวงตาคู่นั้นสว่างสุกใสวับวาว กระจ่างใสราวกับอัญมณีเนื้อดีที่สุดในใต้หล้า
เวลานั้นในมือเซียวจิ่นถือถ้วยยากำลังยืนอยู่ข้างเตียงยังไม่ทันได้นั