ายยุ่งเหยิงอยู่บ้าง นางกุมใบหน้าของตนเอาไว้อย่างเสียกิริยา
นางคิดไม่ถึงว่าเซียวเยี่ยนจะตบตีนางต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้
น้ำเสียงเยียบเย็นของเซียวเยี่ยนดังขึ้นบนศีรษะของนาง “เจ้ามีจิตใจคิดทำร้ายผู้อื่น ฝ่าบาทไม่ได้มีพระราชโองการประหารเจ้าก็นับว่าเจ้าโชคดีมากแล้ว มาบัดนี้เจ้ากลับต้องการให้เปิ่ นหวางพูดสักประโยค เจ้าต้องการให้เปิ่นหวางขัดราชโองการเพื่อเจ้าจนกลายเป็นคนทรยศที่ไม่ซื่อสัตย์และไร้คุณธรรมใช่หรือไม่?”
เมื่อสุ่ยฉ่ายชิงได้สติกลับมาอีกครั้ง นางส่ายหน้าน้ำตาร่วงพรู พูดอย่างน่าสงสารว่า“ไม่ใช่เช่นนี้…ข้าเพียงแต่ไม่อยากไปจากท่าน...”
เซียวเยี่ยนหมุนกายเดินจากไป ราวกับเขาไม่ปรารถนาจะรั้งอยู่กับนางแม้แต่นาทีเดียว
นางรู้สึกหวาดกลัว นับตั้งแต่นางผลักทหารกบฏผู้นั้นเต็มแรง เมื่อกระบี่ยาวเล่มนั้นแทงเข้าไปในร่างของหลินชิงเวย เห็นเซียวเยี่ยนวิ่งเข้าไปหาหลินชิงเวยอย่างไม่คิดชีวิต ชั่ววิ นาทีนั้นความอิ่มเอิบใจจากการได้แก้แค้นผู้อื่นล้วนถูกความหวาดกลัวและความเจ็บปวดสิ้นหวังแสนสาหัสเข้ามาแทนที่
นางกลัวว่านี่อาจจะไม่ใช่ผลลัพธ์ที่นางต้องการ