“อย่าลืมเรื่องอาหารจากห้องเครื่องด้วยนะ” เรื่องนี้หลีเช่อไม่มีทางลืม จึงส่งเสียงย้ำเตือน เขาไม่ได้ตามเข้าไปด้วยจึงหยุดรออยู่ด้านนอกศาลา หลินชิงเวยยกเท้าก้าวเข้าไปหาเซียวจิ่นด้วยท่าทีสงบนิ่ง
เซียวจิ่นยืนเอามือไพล่หลัง หันข้างส่งยิ้มให้หลินชิงเวย รอให้นางก้าวเข้ามาทีละก้าวๆ
“ถวายพระพรฝ่าบาทเพคะ”
เซียวจิ่นเข้ามาประคองให้นางลุกขึ้นทันที ทว่าก่อนหน้าที่มือของเขาจะสัมผัสถูกนาง หลินชิงเวยกลับชิงยอบกายถวายพระพรก่อนก้าวหนึ่ง เขาจึงได้แต่ตะลึงน้อยๆ ต่อมายังคงมีสีหน้ายิ้มแย้มอบอุ่น “ชิงเวยไม่ต้องมากพิธี ไม่พบกันนาน เจ้าดูซูบผอมลงไปไม่น้อย”
หลินชิงเวย “ไม่ทราบว่าฝ่าบาทมีเรื่องอันใดจะรับสั่งเพคะ?”
เซียวจิ่นมองนางเนิ่นนาน แววตานั้นนิ่งลึก “เจิ้นไม่มีอะไรจะพูด เพียงแต่อยากมาเยี่ยมเจ้า” หยุดไปครู่หนึ่งจึงพูดขึ้นอีกว่า “เจิ้นได้ยินมาว่าเจ้าอยู่ข้างนอกชมชอบการร่ำสุรา?”
หลินชิงเวย “เพียงแค่ดื่มสุราในยามว่าง ไม่มีอะไรทำเท่านั้นเพคะ”
เซียวจิ่นพยักหน้า “ดื่มสุราไม่กระไร แต่อย่าดื่มมากนัก จะหาทางกลับบ้านไม่เจอ”
บ้าน หลินชิงเวยครุ่นคิด สำหรับนางจนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีสถานที่แห่งใดพอจะเรียกว่าบ้านได้ในสายตาของนาง เช่นนั้น