หากจะไปถึงที่ใดแล้วจะมีอันใดแตกต่างเล่า?
“ยังมี” เซียวจิ่นเห็นนางก้มหน้าลงครึ่งหนึ่งตลอดเวลาโดยไม่แม้แต่จะช้อนตาขึ้นมองตนสักครั้ง หากนางยอมมองตนสักครั้ง นางย่อมพบว่ายังมีคนอีกคนหนึ่งใส่ใจนางยิ่งกว่าผู้ใด เซียวจิ่นรออยู่ครู่หนึ่ง เขาเห็นหลินชิงเวยยังคงรักษาท่าทีจึงไม่ฝืนใจนาง “อยู่นอกวังคนเดียวต้องดูแลตัวเองให้ดี”
“ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ” หลินชิงเวยตอบ “หม่อมฉันยังมีเรื่องจะทูลขอฝ่าบาทเพคะ”
สายตาเซียวจิ่นเปล่งประกายระยิบระยับ ขอเพียงหลินชิงเวยเอ่ยปากขอ เขาล้วนยินดีที่จะทำให้นางพึงพอใจ กลัวแต่ว่านางจะไม่ขอและไม่ต้องการสิ่งใด เซียวจิ่น “เจ้าพูดมา”
หลินชิงเวย “คืนนี้ส่งอาหารเลิศรสจากห้องเครื่องที่กินในงานเลี้ยงกลางวันนี้ไปที่ตำหนักฉางเหยี่ยนชุดหนึ่ง”
“…เพียงเท่านี้?”
หลินชิงเวย “อืม กลางวันหม่อมฉันยังกินไม่อิ่มเพคะ”
เซียวจิ่น “ได้ ถึงเวลากลางคืน เจิ้นจะให้คนส่งไป”
ต่อมาหลินชิงเวยและเซียวจิ่นไม่ได้สนทนากันมากนัก ถามสารทุกข์สุกดิบของอีกฝ่ายไม่กี่ประโยค หลินชิงเวยก็พาหลีเช่อออกจากศาลา และออกไปจากตำหนักคุนเหอ
บทสนทนาเมื่อสักครู่ในศาลา หลีเช่อยืนอยู่ด้านนอกศาลาจึงได้ยินไม่ค่อยชัดเจนนัก รายละเอียดนั้นเขาไ