ม่ลง”
สุ่ยฉ่ายชิงโมโหแทบแย่ นางกำนัลข้างกายนางก้าวออกมาพูดว่า “นางกำนัลของแม่นางหลินนางนี้ปฏิบัติต่อแม่นางสุ่ยอย่างไร้มารยาทเกินไปแล้วกระมัง”
หลินชิงเวยยักไหล่ “นางเป็นนางกำนัลที่ฝ่าบาททรงประทานให้ตำหนักฉางเหยี่ยน ไม่เห็นด้วยหรือ?”
หลีเช่อรับคำต่อ “ถูกต้อง ไม่เห็นด้วยเช่นนั้นก็ไปหาฝ่าบาท”
“เจ้า!” นางกำนัลโมโหแทบตายเช่นกัน
สุ่ยฉ่ายชิง “ช่างเถิด แค่เพียงปากไวชั่วขณะเท่านั้นเอง พวกเรากลับเถิด” พูดแล้วก็เดินนำนางกำนัลของตนเดินกลับไป
หลีเช่อพูดไล่หลังนางอีกว่า “เอ๊ะ เมื่อสักครู่มิใช่ยังพูดจาคุยโวโอ้อวดว่าเซ่อเจิ้งอ๋องจะแต่งแม่นางสุ่ยมิใช่หรือ เหตุใดยามนี้จึงพูดว่าเป็นเพียงแค่ปากไวชั่วขณะเล่า? บังอาจถา ามว่าวันแต่งงานของเซ่อเจิ้งอ๋องและแม่นางสุ่ยนั้นคือเมื่อใดกัน?”
สุ่ยฉ่ายชิงหยุดชะงัก หันมาพูดด้วยสีหน้าอ่อนโยน “รอให้พวกเรากำหนดวันแต่งงานแน่นอนแล้วข้าต้องส่งเทียบเชิญไปแน่ เชิญแม่นางหลินมาจวนอ๋องเพื่อร่วมดื่มสุรามงคล”
หลีเช่อ “นั่นแน่นอนอยู่แล้ว เจ้าควรรู้สึกโชคดี เคราะห์ดีที่ระหว่างทำพิธีคำนับฟ้าดินเจ้าสาวต้องคลุมผ้าแดงปิดหน้า หาไม่แล้วทันทีที่เปิดผ้าคลุมหน้า แขกเหรื่อที่อยู่ในห้องโถงแค่ เห็นหน้าเจ้า จะไม่ย