เป็นแม่นางหลินที่ไม่อบรมสั่งสอนให้ดี จึงทำให้นางกำเริบเส สิบสานต่อแม่นางสุ่ยเพคะ”
หลีเช่อพูดอย่างเห็นขัน “เจ้าดูสิ กระทั่งเจ้ายังยอมรับเองว่าคำพูดนั้นมิใช่แม่นางของข้าเป็นคนพูด นี่เจ้ามิใช่ให้แม่นางสุ่ยตบหน้าตนเองหรือ”
เซียวเยี่ยนเอ่ยปาก “นี่เป็นนางกำนัลในตำหนักฉางเหยี่ยนของเจ้า?” คำพูดนี้เขาพูดกับหลินชิงเวย
หลินชิงเวย “ถูกต้อง เซ่อเจิ้งอ๋องมีสิ่งใดจะชี้แนะ?”
“ในสายตาไม่ให้เกียรติผู้มียศศักดิ์ เป็นผู้ใต้บังคับบัญชากลับล่วงเกินเจ้านาย ไปรับโทษที่กรมราชทัณฑ์เถิด”
หลินชิงเวยหัวเราะ “แม่นางสุ่ยเป็นเพียงสตรีที่เข้ามาพำนักอาศัยอยู่ในตำหนักในเป็นการชั่วคราว มียศศักดิ์หรือ? อยู่เบื้องบนหรือ? เช่นนั้นเหนียงเหนียงทุกท่านของตำหนักในมิต้องไปก กวาดลานเรือนแล้วหรือ แต่ในเมื่อเซ่อเจิ้งอ๋องกล่าวเช่นนี้ กลับไปข้าจะอบรมสั่งสอนนางให้ดีเอง คงไม่ต้องถึงขั้นให้เซ่อเจิ้งอ๋องออกคำสั่ง”
สุ่ยฉ่ายชิงพูดขึ้นมาประโยคหนึ่งในเวลานี้ “บัดนี้เจ้าเองมิใช่สตรีที่พำนักอยู่ที่นี่เป็นการชั่วคราวหรือ เยี่ยนเป็นเซ่อเจิ้งอ๋อง เจ้ากลับไม่ให้เกียรติ ไร้กฎเกณฑ์เช่นนี้”
หลินชิงเวยพูดคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ข้ามีป้ายทองที่ฝ่าบาททรงประทานให้ เจ้ามีหรือไม่?