ยวเยี่ยนยุ่งเหยิงยิ่งขึ้นอีก เขาไม่ปรารถนาที่จะกล่าวโทษหลินชิงเวยอีกแล้ว จึงได้แต่มองหลินชิง งเวยเพียงแวบเดียว ประคองสุ่ยฉ่ายชิงขึ้นมาจากอ้อมกอดของตนแล้วถามว่า “เหตุใดจึงออกมาข้างนอก? ที่นี่ลมแรง กลับไปค่อยพูดกันเถิด”
สุ่ยฉ่ายชิงยิ่งรู้สึกว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรมมากกว่าเดิม นางช้อนตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตามองเซียวเยี่ยน “เยี่ยน ข้าขี้เหร่ถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ถึงขั้นทำให้ท่านรู้สึกสะอิดส สะเอียน?”
เซียวเยี่ยน “ไม่”
สุ่ยฉ่ายชิงพูดอย่างเจ็บปวด “แต่แม่นางหลินกล่าวว่าข้าขี้ริ้วถึงเพียงนี้ วันหน้าแต่งงานกับท่านแล้วจะทำให้ท่านเงยหน้าขึ้นมาไม่ได้”
เซียวเยี่ยนชะงักงัน เขาช้อนตาขึ้นมองหลินชิงเวย
หลินชิงเวยไม่ได้พูดอันใด หลีเช่อจึงก้าวออกมา “แม่นางสุ่ยช่างรู้จักใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นจริงๆ ทั้งๆ ที่คำพูดนี้มิใช่แม่นางของข้าเป็นคนพูด แม่นางสุ่ยกลับกล่าวโทษว่าเป็นความผิด ดแม่นางของข้า?”
สายตาของเซียวเยี่ยนไหววูบ
สุ่ยฉ่ายชิงพูดทั้งร่ำไห้ “ได้ ได้ อย่างไรก็เป็นความผิดของข้า ล้วนเป็นความผิดของข้าทั้งสิ้น…”
นางกำนัลข้างกายสุ่ยฉ่ายชิงพูดขึ้นอย่างเดือดดาล “ทูลเซ่อเจิ้งอ๋อง บ่าวข้างกายแม่นางหลินปากคอเราะราย ลบหลู่แม่นางสุ่ย