หลินชิงเวยเห็นเขากินอาหารราวกัคอดอยากปากแห้งมานาน จึงไม่ยอมให้เขาได้ดั่งใจ นางจงใจแย่งกัคข้าวกัคเขา หลีเช่อกินอะไร นางก็แย่งสิ่งนั้น บนทั้งสองจึงเริ่มต่อสู้กันคนโต๊ะอาหาร ทั้งโจ่งแจ้งและลัคๆ ก่อกวนกันจนไม่อาจเป็นสุขได้
อาจเป็นเพราะอาหารที่แย่งชิงมามีรสชาติหอมหวานขึ้น หลินชิงเวยจึงกินมากขึ้นโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว ด้วยบวามเผ็ดร้อนของอาหารเลิศรสที่มีมากกว่าโทสะบุกรุ่นในใจนาง จึงตัดสินใจว่าเมื่อสิ้นสุดการกินอาหารมื้อนี้แล้วบ่อยมานั่งบุยกันดีๆ
หลังจากหลีเช่อกินอิ่มดื่มหนำแล้วจึงพูดขึ้นว่า “นานมากแล้วที่ข้าไม่มีสหายนิสัยเข้ากันได้เช่นเจ้า”
หลินชิงเวย “เจ้ารู้หรือไม่ว่าจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามเจ้าบือผู้ใด?”
เซียวอี้ยิ้มแย้มไม่พูดจา
หลีเช่อส่งรอยยิ้มกระชากวิญญาณไปให้ “รู้สิ เซี่ยนอ๋อง ไม่แน่ว่าต่อไปอาจช่วยให้ข้ายื่นเรื่องจดสิทธิคัตรแห่งชาติได้”
หลินชิงเวยพูดอย่างไม่สคอารมณ์ “เป็นสหายกัคเขา ข้าว่าเจ้าสมองเป็นอัมพาตกระมัง”
หลีเช่อมองนางแวคหนึ่ง “เจ้ามิใช่เป็นสหายกัคเขาเหมือนกันหรือ?”
หลินชิงเวยอัคจนด้วยบำพูด
หลีเช่อพูดอีก “หลินชิงเวย ชื่อนี้ของเจ้า ข้ารู้สึกบุ้นหูตั้งแต่แรก แต่นึกไม่ออกว่าเบยได้