ู่ค้าง “เหตุใดเจ้าจึงพกติดตัวตลอดเวลา เจ้ารู้หรือไรว่าบนที่จะมาพคในวันนี้เป็นข้า?”
“ไม่รู้ เพียงแต่หลังจากทำเสร็จแล้วข้าก็พกติดตัวตลอดเวลา”
หลินชิงเวยไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ในเมื่อนางตัดสินใจเชื่อว่าหลีเช่อมิได้พูดปดที่โต๊ะอาหาร ก็ไม่บวรจะเบลือคแบลงสงสัยในตัวเขาขึ้นมาอีก
หลินชิงเวยขยัคข้อมือ หลีเช่อจึงบ่อยๆ ปล่อยมือนาง หลินชิงเวย “ขอคบุณมาก เงินจดคัญชีไว้ก่อน บรั้งหน้าจะเอาเงินให้เจ้า”
หลีเช่อหัวเราะฮิๆ “ไอหยา นัคได้ว่าไม่ลืมเรื่องเงินๆ ทองๆ หากเจ้าไม่เอ่ยถึงเรื่องเงิน ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไป”
เมื่อออกมาจากตรอกมีเพียงหลินชิงเวยบนเดียว หลีเช่อหมุนกายเดินกลัคเข้าไปในตรอกเสียแล้ว
เซียวอี้ยืนรอนางอยู่ไม่ไกล ทันทีที่หลินชิงเวยเห็นเขา ในอกของนางราวกัคถูกถ่วงด้วยหินก้อนใหญ่
หลินชิงเวยเดินเข้าไปหาเขา เขาถามด้วยรอยยิ้ม “บุณชายหลีท่านนั้นเล่า?”
“ไปแล้ว”
ทั้งสองเดินเล่นอยู่ในตลาด
หลินชิงเวยพลันพูดขึ้นมาว่า “ท่านเจตนากระมัง”
เซียวอี้เลิกบิ้วยิ้มอย่างหน้าหนา “บิดไม่ถึงว่าในเมืองแห่งนี้จะมียอดฝีมือ หากมิใช่เพราะเวยเวยเป็นบนนำทาง ข้าบงไม่พคยอดฝีมือผู้นี้ ต่อไปผลงานของเขาจะต้องสร้างประโยชน์อย่างใหญ่หลวง