ีงั้นหรือ?
เขาคิดว่าอีกฝ่ายจะโจมตีรุนแรงเต็มกำลัง แต่กลับไม่คาดคิดว่าเฟิงหลินจะหลบหนีไปเฉย ๆ
เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ของนิกายเทพสุริยันเก้าชั้นฟ้าก็อึ้งไม่แพ้กัน
ผู้อาวุโสแห่งนิกาย ผู้เป็นนักบุญยุทธ์ผู้เฝ้าแท่นสังหารเทพ กลับหลบหนีไปเช่นนั้น?
“เหล่าศิษย์ทั้งหลาย ฟังให้ดี! ซูเฉินผู้นี้คือสัตว์เดรัจฉานอำมหิต ฆ่าฟันผู้อาวุโสและศิษย์ของนิกายเรานับไม่ถ้วน สมควรตาย! ข้าจะกลับไปยังนิกายเพื่อขอกำลังเสริม ส่วนพวกเจ้าต้องยับยั้งมันสุดความสามารถ ห้ามปล่อยให้มันหนีรอด!”
เสียงของเฟิงหลินดังก้องจากระยะไกล
แต่เขาได้หลบหนีออกจากแท่นสังหารเทพไปเรียบร้อยแล้ว
“จะให้เรายับยั้งซูเฉิน แต่ตัวเองกลับหนีงั้นรึ?”
“เขาแพ้ให้ซูเฉินแล้ว แล้วเราจะทำอะไรได้? ข้าว่าเขากลัวจนหนีแล้วล่ะ!”
“ตลกสิ้นดี! นักบุญยุทธ์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้อาวุโสของนิกายเรากลับถูกซูเฉินข่มจนต้องหนี!”
“ผู้อาวุโสอะไรกัน? เจ้าหมาขี้ขลาดเฟิงหลินต่างหาก พาเรามาตายชัด ๆ!”
“…”
เหล่าผู้อาวุโสและศิษย์ต่างพากันสบถสาปแช่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและตกใจสุดขีด
พวกเขายังรอชมไม้ตายของเฟิงหลิน แต่กลับกลายเป็นเพียงแผนบังหน้าเพื่อหลบหนี!
สิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือ
เฟิงหลินตกใจสุดข