กงกงพูดเสียงเย็น “ข้าไหนเลยจะถือสาหาความเจ้า นี่เป็นเพียงคำพูดด้วยอารมณ์ มิอาจถือเป็นจริงเป็นจังได้ แต่เรื่องบางเรื่องกลับไม่อาจไม่ถือเป็นจริงเป็นจัง เมื่อสักครู่ข้าได ด้ยินหลินซื่อพูดกับปากเองว่า เมื่อแรกที่แม่นางหลินถูกจับได้ว่าคบชู้ เป็นเพราะเจ้ามีส่วนในการให้ร้ายป้ายสี ข้าคิดว่าเรื่องนี้จำเป็นต้องทูลให้ฝ่าบาททรงทราบ ให้ฝ่าบาท ทรงตัดสินด้วยพระองค์เอง”
ขาทั้งข้างของหลินเสวี่ยหรงอ่อนยวบจนแทบยืนไม่อยู่ “กงกง นั่นเป็นเพียงคำพูดตามอารมณ์เท่านั้น มิได้เป็นความจริงเจ้าค่ะ”
“เป็นคำพูดด้วยอารมณ์หรือเป็นความจริง รอให้ฝ่าบาททรงตรวจสอบแล้วความจริงย่อมปรากฏขึ้นเอง” กงกงหน้าตึงราวกับไม่คิดว่าจะไว้ไมตรี
หลินชิงเวยอยู่ในวังหลวงมานานเช่นนี้ คนของตำหนักซวี่หยางต่างคุ้นเคยกับนางเป็นอย่างดี นางเป็นคนไม่วางท่า ซ้ำยังรักษาขาที่พิการของฮ่องเต้จนหายดี คนของตำหนักซวี่หยาง งมีแต่จะเคารพนับถือนางมากขึ้น ในยามปกติกงกงท่านนี้รับฟัง